อสังหาฯ 200 โครงการ แห่ชิงดีมานด์ข้าราชการกทม.ปลดล็อกกำลังซื้อ-สต็อกคงค้าง
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับสมการที่ย้อนแย้ง “ของถูก” แต่ผู้คนก็ซื้อไม่ได้! เพราะกู้ไม่ผ่านขณะที่ “ของแพง” ก็ไม่กล้าซื้อ เพราะกังวลเศรษฐกิจผลลัพธ์คือ สต็อกบ้านและคอนโดพร้อมอยู่จำนวนมากล้นตลาด! และถูกแช่แข็งอยู่ในระบบ กลายเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ และนี่เอง คือจุดเริ่มต้นของโมเดลใหม่ที่ชื่อว่า “BKK Housing Platform” ที่ผู้ประกอบการกำลังพลิกเกมครั้งใหญ่เปลี่ยน “สต็อกค้าง” ให้เป็น “ดีมานด์จริง” ผ่านโมเดลแมตชิ่ง จับมือกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดึงข้าราชการ-คนเมือง เข้าถึงบ้านใกล้ที่ทำงานผ่าน “BKK Housing Platform”
.
พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เปิดตัวโครงการ BKK Housing Platform หัวใจของโมเดลนี้คือการนำ “อุปทานที่มีอยู่แล้ว” มาเชื่อมกับ “ดีมานด์ที่มีศักยภาพ แต่เข้าไม่ถึง” โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการ ครู และพนักงาน กทม. ซึ่งมีรายได้ประจำ แต่ติดข้อจำกัดด้านสินเชื่อ
.
โดยโครงการนำร่อง เลือกใช้สินค้าราคาเข้าถึงได้ ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท คอนโด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท บ้านแนวราบบางส่วนไม่เกิน 7 ล้านบาท ทั้งหมดเป็น “ของพร้อมอยู่” ในทำเลต่างๆ
:: แก้ Pain Point ด้วย “สินเชื่อ+ทำเล+ราคา” ::
จุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ใช่แค่การลดราคาแต่คือการ “ปลดล็อกการกู้” โดยมีธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่อพร้อมให้คำปรึกษาทางการเงิน รวมถึงการจัดงาน “BKK Housing Expo” ในวันที่ 8 พ.ค.2569 ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ดินแดง ซึ่งรวมทุกขั้นตอนจบในที่เดียวตั้งแต่เลือกบ้าน ขอสินเชื่อ และ รู้ผลเบื้องต้น
.
นี่คือความพยายามลด “แรงเสียดทาน” ที่เคยทำให้คนอยากซื้อ แต่ซื้อไม่ได้ “ปัญหาไม่ใช่ไม่มีคนอยากซื้อบ้าน แต่ระบบยังพาเขา ซื้อไม่ได้”
.
โมเดลนี้ช่วยผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ
1.ระบายสต็อกพร้อมอยู่
2.เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นกระแสเงินสด
3.ลดความเสี่ยงจากหนี้สินและต้นทุนถือครอง
.
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมเกือบ 30 ราย รวมกว่า 200 โครงการ อาทิ กานดา พร็อพเพอร์ตี้, แสนสิริ ,เสนาดีเวลลอปเม้นท์, เอสซี แอสเสท, แอสเซทไวส์, แอล.พี.เอ็น., ออริจิ้น และ เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง เป็นต้น
.
“บางรายเริ่มมองไกลไปกว่านั้นด้วยการพัฒนาโครงการใหม่ใกล้สำนักงานเขตรองรับกลุ่มข้าราชการโดยเฉพาะ คล้ายการเคหะภาคเอกชน ในรูปแบบใหม่”
.
:: เปลี่ยนวิธีขาย เป็นเปลี่ยนโครงสร้างตลาด ::
แม้ระยะแรกจะโฟกัสกลุ่มข้าราชการ กทม. แต่หากโมเดลนี้ได้ผลเฟสถัดไปอาจขยายไปยัง ไรเดอร์ พนักงานออฟฟิศ แรงงานเมือง ที่เช่าอยู่ซึ่งเป็น “ดีมานด์ขนาดใหญ่” ที่ยังไม่ถูกปลดล็อก เพราะสัญญาณตลาด “ดีมานด์มี แต่เข้าไม่ถึง” ตัวเลขลงทะเบียนกว่า 1,700-1,800 ราย สะท้อนว่า “คนอยากมีบ้าน” ยังมีอยู่จริง!
.
“Housing Matching ไม่ใช่แค่แคมเปญขายบ้าน แต่คือการปรับโมเดลธุรกิจจากเดิมที่ผู้ประกอบการรอให้ลูกค้าเดินเข้ามา สู่การ ออกไปหาดีมานด์ที่ซ่อนอยู่”
.
และเมื่อ “ภาครัฐ+เอกชน+สถาบันการเงิน” เชื่อมกันเป็นระบบเดียว “สต็อกค้าง” อาจกลายเป็น “โอกาสใหม่” ของทั้งตลาดในวันที่คำถามไม่ใช่ว่า “บ้านขายได้ไหม” แต่จะทำอย่างไรให้คนซื้อได้จริง
.
ด้าน หัสกร บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หนึ่งในดีเวลลอปเปอร์ที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า ได้นำ 12 โครงการเข้าร่วม รวม 1,500 ยูนิต มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นแนวราบ ได้แก่ ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว อาทิ ไอลีฟ ลำลูกกา คลอง 2, คลอง 3 ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา และโครงการย่านพระราม 2 สมุทรสาคร (กม. 14) เศรษฐกิจ และบางปลา
.
“คอนโดอาจตอบโจทย์ข้าราชการ กทม.มากกว่า ในแง่ของทำเลใกล้ที่ทำงาน ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งรองรับความต้องการบ้านในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในระดับราคาต้น 1.79 ล้านบาท ไปจนถึง 6 ล้านบาท”
.
:: ลดกำไร แลกยอดขาย ::
หัสกร ระบุว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน กานดา พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมลดราคาเพื่อช่วยเหลือข้าราชการ กทม. เช่น บ้านที่เคยขาย 2 ล้านบาท นำมาจัดโปรโมชั่น 1.79 ล้านบาท และหากได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ จาก ธอส. เช่น 1-1.5% จะช่วยให้บ้านระดับราคา 2 ล้านบาท ผ่อนชำระต่อเดือนไม่เกิน 8,000 บาท ตามเกณฑ์ที่ข้าราชการรับได้
.
:: ปั้นดีมานด์ใหม่ ด้วย Data+Matching ::
พชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมในแคมเปญ “BKK Housing Platform” เพื่อให้ข้าราชการ บุคลากรของ กทม. เข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ โดยบ้านและคอนโดของแอสเซทไวส์ เข้าร่วม 18 โครงการ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท
.
“คนทำงานในเมืองจำนวนมากต้องรับภาระค่าเช่าและค่าเดินทางแต่ละเดือนค่อนข้างสูง จากการอยู่อาศัยทำเลนอกเมือง โครงการครั้งนี้เป็นการวางกลไกเชิงรุกเพื่อเชื่อมโยง และ Matching ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนทำงานเข้ากับโครงการที่เหมาะสม ทั้งทำเล ราคา เพื่อเปลี่ยนภาระรายเดือนให้เป็นการสร้างสินทรัพย์ที่มั่นคง เพิ่มเวลา และส่งมอบคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนให้ข้าราชการและคนทำงาน กทม.”
.
:: กรุงเทพฯ “บ้านของทุกคน” ::
จากข้อมูลสำรวจพบว่า ข้าราชการ และบุคลากร กทม. กว่า 50% มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน และกว่า 44.6% เช่าที่อยู่อาศัย และค่าเช่าสูงเกินไป ทั้งเดินทางไกลจากที่ทำงาน แอสเซทไวส์ จึงเล็งเห็นโอกาสในการนำโครงการบนทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์กลุ่มกำลังซื้อระดับ 1.3- 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่กลุ่มข้าราชการ และบุคลากรของ กทม. สามารถรับภาระการผ่อนชำระได้
.
ทั้งนี้ แอสเซทไวส์ ร่วมขับเคลื่อนแคมเปญ BKK Housing Platform ผ่าน 3 กลยุทธ์ 1.Matching โดยเข้าร่วมระบบฐานข้อมูลอุปสงค์-อุปทานของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย (สพอ.) ของ กทม. เพื่อส่งมอบโครงการที่ตรงกับความต้องการและทำเลที่ตั้งของข้าราชการ ในโซนกรุงเทพฯตะวันออก ธนบุรีเหนือ และกรุงเทพฯ เหนือ
.
2.Affordable Housing นำเสนอโครงการบ้านและคอนโดในราคาที่เข้าถึงได้จริง เพื่อเปลี่ยนผ่านกลุ่มผู้เช่าไปสู่การเป็นเจ้าของบ้านที่มั่นคง
.
3.BKK Housing Expo ด้วยข้อเสนอพิเศษส่วนลด ฯลฯ ภายใต้คอนโดแบรนด์เคฟ, แอทโมซ, โมดิซ, มารูน รัชดา 32 และบ้านแบรนด์เอสต้า ราคา 1.39-4.99 ล้านบาท
.
สำหรับแคมเปญ “BKK Housing Platform” อยู่ภายใต้ภารกิจ “Housing Matching Facilitator” ของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งสร้างมิติใหม่ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ข้าราชการที่ทำงานในเมืองเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็น “บ้านของทุกคน”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้