‘เอสซีลอร์ซอตติกา’ ยกไทย ‘ฮับ’ พัฒนาเลนส์แห่งอนาคต เผยซื้อหุ้น ‘ท็อปเจริญ’ เป็นหน้าร้านเจาะลูกค้า

ช่วงต้นเดือน เม.ย.2569 ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมแว่นตาอย่าง “เอสซีลอร์ซอตติกา” (EssilorLuxottica) เบอร์ 1 ของโลก ได้เข้าซื้อหุ้นของร้านแว่น “ท็อปเจริญ” ที่อยู่ภายใต้บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด(มหาชน) เบอร์ 1 ร้านแว่นตาในประเทศไทย และเป็นการถือหุ้นในสัดส่วนที่มีความสำคัญ (meaningful stake)
.
ล่าสุด ในการเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ที่นิคมอุสาหกรรมลาดกระบัง ประเทศไทย กรุงเทพธุรกิจได้พูดคุยกับผู้บริหารคนสำคัญอย่าง ดาวิเด้ สกีเนติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) ที่บินตรงจากบริษัทแม่เพื่อมาเปิดงาน โดยยกให้ไทยเป็นหนึ่งในฐานทัพการวิจัยที่สำคัญของโลก เพื่อต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมแว่นตาได้รวดเร็วขึ้นพร้อมยกระดับประสิทธิภาพและการผลิตอย่างยั่งยืน
ในครั้งนี้ ยังได้สอบถามถึงเหตุผลที่เอสซีลอร์ซอตติกาซื้อหุ้นร้านแว่นตา “ท็อปเจริญ” โดย “ดาวิเด” ให้ความเห็นว่า ถึงศักยภาพของหน้าร้านแว่นตาของ “ท็อปเจริญ” ที่มีกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศไทย ถือเป็น “ช่องทางสำคัญ” ในการเป็นหน้าร้าน เพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นในภูมิภาคนี้
.
“ร้านแว่นท็อปเจริญจะช่วยเสริมพลังในการส่งมอบสินค้านวัตกรรมใหม่ๆของเอสซีลอร์ซอตติกา สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด ร้านแว่นท็อปเจริญมีศักยภาพสูง มีเป้าหมายที่ต้องการร่วมกันใกล้เคียงกับเราในการส่วนของการสานเป้าหมาย vision care“
.
ขณะที่การเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ที่ตั้งยังใกล้กับฐานการผลิตหลักของกลุ่มบริษัทด้วย เป็นการตอกย้ำ “เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์” ด้านวัสดุเลนส์สายตา และเทคโนโลยีการผลิต ครอบคลุมการดำเนินงานในทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยวัสดุขั้นสูง ไปจนถึงการพัฒนากระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ศูนย์ฯ แห่งนี้จะหนุนการผลิตแว่นตาของ “เอสซีลอร์ซอตติกาทั่วโลก” ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส จีน เกาหลีใต้ เม็กซิโก และฟิลิปปินส์ และปลดล็อกศักยภาพการเติบโต 3 เสาหลัก ทั้งแว่นตาแบรนด์ดังระดับโลก(ไอคอนิกแบรนด์) เช่น Ray-Ban Oakley แว่นตาอัจฉริยะแห่งอนาคตหรือ Smart eyewear เช่น Ray-Ban Meta รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่มุ่งลดความเสี่ยงสายตาสั้นในเด็ก โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่มีปัญหาสายตาสั้นค่อนข้างมาก เป็นต้น
.
โดยไทยมีฐานผลิต 4 แห่ง ที่ปทุมธานี, ลาดกระบัง, ชลบุรี และระยอง เพื่อทำหน้าที่ซัพพลายให้ผู้บริโภคทั่วโลก และการเลือกตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาใกล้กับโรงงาน เพื่อให้กระบวนการผลิตครบจบในที่เดียวหรือ end-to-end ทำงานคู่กันได้เลยทั้งการวิจัย พัฒนาวัสดุ เลนส์ เสริมการผลิตตอบโจทย์ให้เร็วสุด
.
อย่างไรก็ตาม “เลนส์” เป็นวัสดุที่ผลิตจาก “ปิโตรเคมี” เป็นสารตั้งต้น จากการสู้รบในตะวันออกกลางบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบต่อการผลิตสินค้า และ “ดาวิเด้” ย้ำว่า บริษัทเป็นองค์กรใหญ่มีแผนสำรองในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการวัตถุดิบที่มั่นคง
.
“บริษัทใหญ่ มีแผนรัดกุม ควบคุมและสร้างความมั่นคงด้านซัพพลายเชน เรามีแผนสำรองการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง”
.
เปียร์ เฟอร์ม็องแต็ง หัวหน้าฝ่าย Chemicals & Materials Technology ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนา เอสซีลอร์ลูซอตติกา ลาดกระบัง กล่าวว่า ความสำคัญของศูนย์วิจัยฯแห่งใหม่ จะมีผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้า เลนส์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในอนาคตมากขึ้น ที่สำคัญยังเป็น “เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์” ทั้งพัฒนาวัสดุเลนส์สายตา การผลิตให้เป็นรูปทรง ขึ้นรูปทรงเลนส์ใหม่ๆ เลนส์ที่มีค่าสายตาตอบสนองลูกค้าเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
.
นอกจากนี้ ยังรองรับเทรนด์แห่งอนาคต ที่แว่นตาจะต้องทำจากวัสดุน้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทาน แต่สวมใส่สวยงามมีสไตล์ยิ่งขึ้น
.
“ศูนย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อยกระดับขีดความสามารถของวัสดุและโครงสร้างเลนส์ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเร่งผลักดันเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การผลิต เราสามารถพัฒนาเลนส์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง”

ความคิดเห็น

บทความที่มีคนอ่านมากที่สุด

ลาบูบู้ สวมชุดไทย ไหว้สวย รับตำแหน่ง “Amazing Thailand Experience Explorer” ก่อนร่วมกิจกรรม 'ลาบูบู้เที่ยวไทย'.

ปตท.สผ. ติดอันดับความยั่งยืนโลก ใน Sustainability Yearbook 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12

เมื่อเจ้าสัวธนินทร์ ออกจาก CPF ต้องจับตา "ใครจะมาแทน?"

เปิดที่มากว่าจะมาเป็น “รีเจนซี่” บรั่นดีไทย

‘ซุปเปอร์ชีป’ ยักษ์ค้าปลีกภูธร ครองอันดับ 1 รวยสุดในภูเก็ต