‘ชลากรณ์ ปัญญาโฉม’ กุมบังเหียน ‘เวิร์คพอยท์’ เคลื่อนองค์กรฝ่าคลื่นการเปลี่ยนแปลง
บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม หรือ GROUP CEO เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง หลังแม่ทัพคนก่อนขอเกษียณอันเนื่องจากปัญหาสุขภาพ
.
นายชลากรณ์ เป็นผู้บริหารที่เติบโตมาพร้อมกับองค์กร โดยเริ่มทำงานกับเวิร์คพอยท์ตั้งแต่ปี 2548 ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมและโครงการพิเศษ ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งกรรมการ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสื่อจากโทรทัศน์แบบดั้งเดิมสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล รวมระยะเวลาทำงานใต้องค์กร “เวิร์คพอยท์” กินเวลากว่า 2 ทศวรรษ
.
ตลอดระยะเวลาการทำงาน ได้สั่งสมประสบการณ์ครอบคลุมทั้งรายการโทรทัศน์ คอนเสิร์ต อีเวนต์-เฟสติวัล ภาพยนตร์(jungka และkarmanline) ซีรีส์ ธุรกิจทีวีดาวเทียมและทีวีดิจิทัล และยังมีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจสู่สื่อออนไลน์ เช่น สำนักข่าว Today(บริษัทแบกบาล) ธุรกิจเพลง การบริหารศิลปินภายใต้ XOXO Entertainment (T-POP) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทใหม่ของกลุ่มเวิร์คพอยท์
การแต่งตั้งแม่ทัพใหม่ครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของเครือเวิร์คพอยท์ ในช่วงที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงกำลังปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
นายชลากรณ์ กล่าวว่า ประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานกับเวิร์คพอยท์ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น พาร์ทเนอร์ และทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าตามแผนงานที่ได้ร่วมกันวางไว้ และมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดร่วมกัน และยังคงเป็น “เพื่อนบ้านที่น่ารัก” ของผู้ชมอย่างที่เป็นมาตลอดกว่า 37 ปี
.
“ผมมุ่งมั่นบริหารองค์กรให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง พร้อมปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจในทุกมิติ เพื่อให้กลุ่มบริษัทเติบโตอย่างมั่นคง”
.
สำหรับ XOXO Entertainment และบริษัทในเครือ การดำเนินงานรวมถึงการดูแลศิลปินจะยังคงเป็นไปตามแผนงานเดิม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการเติบโตของทุกหน่วยธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
.
นับตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านทีวีอนาล็อกสู่ทีวีดิจิทัลที่มาพร้อมกับพายุดิสรัปลูกใหญ่จากความก้าวหน้าของเทคโลยี สื่อดิจิทัล ทำให้ “อุตสาหกรรมสื่อดั้งเดิม” เผชิญโจทย์ใหญ่ในการสร้างรายได้ เนื่องจากมีแพลตฟอร์มใหม่ๆเข้ามาชิงเม็ดเงินโฆษณามากขึ้น หลายปีที่ผ่านมาธุรกิจสื่อพยายามปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อหา “น่านน้ำใหม่” สร้างรายได้ นำคอนเทนต์ไปอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่การทำเงินยังเป็นโจทย์ยาก เพราะรายได้จากโฆษณายังมีสัดส่วนที่มากเมื่อเทียบกับรายได้อื่นๆ
.
ในปี 2568 เวิร์คพอยท์ ปิดตัวเลขรายได้รวมกว่า 2,077 ล้านบาท ลดลง 11% ผลกระทบเลี่ยงไม่พ้นเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลง และเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์(ทีวี) หดตัว และ “ขาดทุน 21.88 ล้านบาท” เป็นการขาดทุนที่ลดลงเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน จำนวน 201.02 ล้านบาท
.
สำหรับรายได้จากโทรทัศน์คิดเป็นสัดส่วนราว 67% ส่วนที่เหลือ 33% เป็นรายได้จากคอนเสิร์ตและละครเวที การรับจ้างจัดงาน และการขายสินค้าและบริการอื่นๆ ซึ่งหากพิจารณาผลประกอบการในปีที่ผ่านมา “ลดลง” เกือบทุกหมวด มีเพียงการขายสินค้าที่เติบโตได้ดี ทว่า ฐานรายได้ยังมีสัดส่วนที่น้อย
.
อย่างไรก็ตาม ทีวีดิจิทัล เป็นช่องทางใหญ่ในการหารายได้ของ “เวิร์คพอยท์” และในปี 2572 จะสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบการทีวีดิจิทัล(ไลเซนส์) ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นทิศทางการไปต่อของอุตสาหกรรม ทั้งกติกาต่างๆ ที่จะให้ผู้ประกอบการวางแผนทำธุรกิจ ดังนั้น ภารกิจ “แม่ทัพใหม่ถอดด้าม” จึงมีมากมายที่จะต้องนำทัพองค์กรก้าวไปข้างหน้า
.
สำหรับ นายชลากรณ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ก่อนเข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิงและมีบทบาทในหลากหลายหน่วยธุรกิจของเวิร์คพอยท์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้