‘3 แบงก์ใหญ่’ ปรับเกมธุรกิจปี69 เน้นเติบโต ‘ระมัดระวัง’ ท่ามกลาง ‘ความเสี่ยง’ รอบด้าน
“3 แบงก์ใหญ่” ประกาศเป้าหมายธุรกิจปี 69 ยังเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้ “ความระมัดระวัง” ท่ามกลางความเสี่ยงสูง “กสิกรไทย” ตั้งเป้าสินเชื่อโต 0-2% สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจ เน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพ ด้าน “เอสซีบี เอกซ์” ชูยุทธศาสตร์เติบโตสมดุล เน้นสินเชื่อคุณภาพ-รุกดิจิทัล “กรุงศรี” ตั้งเป้าโตหลักเดียว คุมคุณภาพสินทรัพย์เข้ม
.
ปี 2569 เป็นอีกหนึ่งปีที่ภาคการเงินไทยต้องเผชิญโจทย์ท้าทายรอบด้าน จากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อุปสงค์ภายนอกประเทศที่ซบเซา ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
.
ภายใต้บริบทดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ต่างปรับท่าทีการดำเนินธุรกิจเข้าสู่โหมด “เติบโตอย่างระมัดระวัง” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น
.
ล่าสุด 3 ธนาคารใหญ่ ทั้ง ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) สะท้อนภาพเดียวกันว่าปี 2569 ไม่ใช่ปีของการเร่งขยายธุรกิจเชิงรุก
แต่เป็นปีของการประคองการเติบโตบนฐานความมั่นคง พร้อมเลือกจุดแข็งของแต่ละธนาคารมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลาย
.
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ
ภายใต้แนวทางการเน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
.
ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.75-2.95% ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ในด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
.
ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิหลักเดียวถึงระดับกลาง (mid-to-high single digit) โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง ความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน
.
ขณะที่ การควบคุมต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยตั้งเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในระดับ mid-40s เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่ยังมีความท้าทาย
.
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ กสิกรไทยตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ต่ำกว่า 3.25% และ Credit Cost อยู่ในช่วง 140-160 bps สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน พร้อมย้ำถึงสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป
.
โดยเชิงกลยุทธ์ธนาคารยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมุ่งออกแบบโซลูชันทางการเงินให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงชีวิตและบริบททางธุรกิจ
.
ควบคู่การใช้ Data & AI เพิ่มประสิทธิภาพในการปล่อยสินเชื่อ การขยายรายได้ค่าธรรมเนียม และการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลผ่าน K PLUS และ K BIZ ภายใต้แนวคิด Digital First Experience
.
ฝั่ง “เอสซีบี เอกซ์” ได้ตั้งเป้าหมายธุรกิจท่ามกลางการเผชิญแรงกดดันและความท้าทายจากเศรษฐกิจไทย โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ในระดับตัวเลขหลักเดียวต่ำถึงกลาง
.
สะท้อนท่าทีการดำเนินธุรกิจที่เน้นความระมัดระวัง แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตมาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ การรักษาส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารไทยพาณิชย์
.
รวมถึงการสนับสนุนจากธุรกิจ Gen 2 ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 3.0-3.2%
.
ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมของเอสซีบีเอกซ์ คาดจะเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียวกลางถึงสูง โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การฟื้นตัวของธุรกิจขายประกันผ่านธนาคาร และการสนับสนุนจากธุรกิจ Gen 2 อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ตั้งเป้าไว้ในระดับต่ำถึงกลางของ 40
.
แม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุน แต่การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัยยังคงเป็นลำดับความสำคัญหลัก
.
ด้านคุณภาพสินทรัพย์เอสซีบีเอกซ์ คาดว่า Credit Cost จะอยู่ในช่วง 1.35-1.55% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก และกลยุทธ์การติดตามหนี้อย่างเข้มแข็ง เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงด้านคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ
.
สำหรับ “ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” ตั้งเป้าหมายทางการเงินปี 2569 โดยการเติบโตของสินเชื่อรวมไว้ที่ 2-4% โดยเน้นการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพ ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 4.0-4.3% และคาดว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะเติบโตในระดับ mid-single digit
.
ด้านการควบคุมต้นทุน ธนาคารตั้งเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ในช่วง mid-40s สอดคล้องกับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในช่วง 3.25-3.50% และอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ระดับ 120-135%
.
ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยง (Credit Cost) ถูกกำหนดไว้ในช่วง 200-230 bps สะท้อนความระมัดระวังต่อคุณภาพพอร์ตสินเชื่อในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
.
ChatTalks…คุยธุรกิจ คิดให้เป็น
Tel.092-387-1241 ,
Line ID : ChatTalks
Email : kittisak1241@yahoo.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้