‘เดอะมอลล์’ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจปีม้าสุดสาหัส! ชู ‘Back to Basics’ อัดโปรฯ หนัก ปั้นบิ๊กอีเวนต์ทรงพลังดึงลูกค้า
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยากจะคาดเดา ทั้งการแกว่งตัวอย่างรุนแรงของราคาทองคำ บิตคอยน์ และตลาดหุ้น ที่ดูเหมือนจะไร้ทิศทางที่ชัดเจน ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในปี 2569 ที่ถูกมองว่าเป็นปีที่ “ยาก” และ “สาหัสสากรรจ์” สำหรับผู้ประกอบการ เนื่องด้วยปัจจัยความไม่แน่นอนรอบด้านทำให้การพยากรณ์ล่วงหน้าทำได้ยากยิ่ง
.
บิ๊กคอร์ปค้าปลีก “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” สะท้อนภาพใหญ่ปี 2569 “ไตรมาสแรกนี้...ค่อนข้างเหนื่อย! จากสัญญาณเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนต่างๆ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นความผันผวนของราคาทองคำขึ้นลงแบบหาเหตุผลไม่ได้”
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ขยายความต่อว่า ภาคธุรกิจยังคงเผชิญความท้าทายจากความเสี่ยงรอบด้านและกำลังซื้อที่เปลี่ยนไป เศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง มีความซับซ้อนสูง จากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนของค่าเงินและสินทรัพย์ต่างๆ ทอง หุ้น บิตคอยน์
.
สถานการณ์โลกเวลานี้ เป็นเรื่องของฟากตะวันออกและตะวันตก และ “3 ขั้วมหาอำนาจ” จีน สหรัฐ และยุโรป ขณะที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงอยู่ในสภาวะที่ไร้ทิศทางชัดเจน
.
“ปี 2569 เป็นปีที่ยาก สาหัสสากรรจ์ สำหรับคนทำธุรกิจ ค่าเงินบาทมีความไม่เสถียรและแข็งค่าอย่างมาก ประกอบกับการที่ผู้บริโภคเลือกที่จะเก็บเงิน หรือหันไปลงทุนในทองคำแทนการจับจ่ายใช้สอย กระทบโดยตรงต่อเงินหมุนเวียนในระบบ รวมทั้งการขาดหายไปของมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ อย่าง ช้อปดีมีคืน หรือ Easy E-Receipt ในช่วงต้นปี ส่งผลต่อบรรยากาศใช้จ่ายอย่างเห็นได้ชัด”
.
ทั้งนี้ สถานการณ์ต่างๆ ล้วนมีแต่เรื่องไม่แน่นอน มีความยากในทุกเรื่อง ทำให้การคาดการณ์ล่วงหน้ายากขึ้นมาก ไม่มีใครกล้าฟันธง ดังนั้นการ “ลงทุน” ต่างๆ ต้องระมัดระวัง
:: ปรับกลยุทธ์หวนคืน “Back to Basics” ::
เมื่อความสำเร็จในอดีตไม่สามารถนำมาใช้กับปัจจุบันได้อีกต่อไป ธุรกิจต้องปรับแผนแบบรายเดือน หรือรายไตรมาส แทนการวางแผนระยะยาว 1-5 ปีแบบเดิม! เพราะพฤติกรรมลูกค้า “ปรับ” และ “เปลี่ยน” เร็วมาก ธุรกิจจะทำอย่างไรให้ “อ่านเกม” เร็วขึ้น ที่สำคัญต้องอ่านเกมขาด! ในภาวะที่กำลังซื้อยังน่าเป็นห่วง
.
วรลักษณ์ กล่าวว่า กลยุทธ์หลักของกลุ่มเดอะมอลล์ (เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์) ในปี 2569 จึงกลับสู่พื้นฐาน หรือ “Back to Basics” แต่ยกระดับให้เข้มข้นขึ้น มุ่งเน้น “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ” เพื่อให้รอดพ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่หวือหวานี้
.
โดยวางหมากรบสำคัญ High-Impact Events (น้อยแต่ใหญ่) ปรับกลยุทธ์จากการจัดงานถี่ๆ มาเน้นอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่มี Impact สูง! และตรงกลุ่มเป้าหมาย (Segment) มากขึ้น โดยลดจำนวนงานจาก 10 งานเล็ก รวบเหลือ 3 งานใหญ่ เพื่อให้เกิดการจดจำและเข้าถึงใจผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน
.
ต่อมา Promotion & Excitement เน้นการทำโปรโมชันที่กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายจริง สร้างความรู้สึกตื่นเต้นท่ามกลางแบรนด์สินค้าที่มีความคล้ายคลึงกันในทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความรัก ความคุ้นเคย ให้ลูกค้าเลือกมาใช้จ่ายกับศูนย์การค้ากลุ่มเดอะมอลล์
.
การใช้เครื่องมือทรงพลังอย่าง Data & AI Integration นำดาต้ามาผสานรวมกันเพื่อใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นำ AI เข้ามาช่วยในธุรกิจ แต่ต้องทำอย่างระมัดระวังและถูกจังหวะ เพราะหากทำช้าก็จะไม่ทันเกม แต่ถ้าทำเร็วเกินไปโดยไม่พร้อมก็จะกลายเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า
.
:: เมกะเทรนด์สุขภาพ-ลองจิวิตี้ เชื่อมสินค้าและบริการ ::
อย่างไรก็ตาม ในวิกฤติยังคงมี “โอกาส” อยู่เสมอ แม้ภาพรวมจะดูยากลำบาก แต่ยังมีบางเซกเมนต์ที่เติบโตได้ดี ซึ่งเดอะมอลล์ กรุ๊ป มองโอกาสจากเทรนด์สุขภาพ ลองจิวีตี้ และกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง คือเป้าหมายสำคัญ!
.
ไม่ว่าจะกลุ่ม Beauty & Wellness เป็นเมกะเทรนด์ที่ผู้คนต่างให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า ทั้งภายนอกและภายใน ตั้งแต่ด้านอาหาร การนอน การออกกำลังกาย ทำให้กลุ่มสินค้าสปอร์ตแวร์ต่างๆ มาแรง
.
เทรนด์ Silver Economy กลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่นานขึ้นและใส่ใจสุขภาพ ทำให้ธุรกิจอย่างร้านอาหารเพื่อสุขภาพ แว่นตา มียอดขายที่ดี นอกจากนี้ยังพบเทรนด์สินค้ามือสอง (Second-hand) และระบบสมาชิก (Subscription) กำลังมาแรงเช่นกัน
.
ขณะที่ “ร้านอาหาร” กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญอันดับแรกที่ดึงคนมาห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า สะท้อนจากพฤติกรรมลูกค้า “พุ่งมาเพื่อกิน” และศูนย์การค้าย่านใจกลางเมืองยังคงมีความแข็งแกร่ง ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อกลางบน ระดับ C+/B- ขึ้นไป ซึ่งยังคงมีเสถียรภาพมากกว่ากลุ่มทั่วไป (MASS)
.
ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งการปรับตัว จะเห็นว่าแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นง่าย แต่ดับเร็ว หากปรับตัวไม่ทันตามกระแสโลก และความต้องการของลูกค้า สำหรับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป โจทย์ใหญ่คือการบริหารจัดการท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมด้วยกิจกรรมที่ “โดนใจ” และ “ใหญ่พอ” ที่จะสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดที่เงียบเหงาได้
.
:: ผนึกพลังยักษ์ใหญ่จีน-ไทย ปั้น “ตรุษจีน” จุดหมายเทศกาลของครอบครัว ::
บิ๊กอีเวนต์เปิดศักราชปีมะเมียธาตุไฟ กับ “เทศกาลตรุษจีน” กลุ่มเดอะมอลล์ อัดฉีดงบกว่า 240 ล้านบาท เดินหน้าผสานวัฒนธรรม ความเชื่อ การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน พร้อมผนึกพันธมิตรระดับโลก ทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล การเงิน คอนเทนต์ และไลฟ์สไตล์ อาทิ Alipay, UnionPay, WeChat Pay และ iQIYI สร้าง Retail Ecosystem และ “Chinese Festive Destination” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “ตรุษจีน” ที่ครบและแตกต่าง ผ่านแคมเปญ “JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026-มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง” ซึ่งออกแบบให้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการพบปะญาติมิตร ตั้งแต่การเตรียมของไหว้ การรับประทานอาหารมงคลไปจนถึงการออกมาใช้ชีวิต ท่องเที่ยว และเฉลิมฉลองร่วมกัน ช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทั้งในมิติค้าปลีก การท่องเที่ยว และบริการ
.
“ความเป็น Chinese Festive Destination ที่เชื่อมศรัทธา วัฒนธรรม และพันธมิตรระดับโลกเข้ากับประสบการณ์ค้าปลีกไทยอย่างมีความหมาย จะเพิ่มคุณค่าของ Brand Experience เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทั้งกับลูกค้าและคู่ค้า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างเงินสะพัดกว่า 4,200 ล้านบาทตลอดแคมเปญ 35 วัน เสริมความแข็งแรงให้เศรษฐกิจ และความน่าสนใจของประเทศไทยในระยะยาว”
.
วรลักษณ์ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน “วันจ่าย” ยังคงเป็นวันที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุด กับการเตรียมของไหว้ อาหารมงคล ขณะที่ “วันไหว้” มีความหมายทางอารมณ์ของครอบครัวมากที่สุด ความหมายของการอยู่พร้อมหน้า อาหารที่ไหว้ได้ กินต่อได้ และสร้างเรื่องราวร่วมกัน “วันเที่ยว” ถือเป็นวันที่มีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายสูงที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร แฟชั่น และกิจกรรมไลฟ์สไตล์
.
โดยพฤติกรรมผู้บริโภคจะมีการออกจากบ้าน ใช้เวลา กิน เที่ยว ถ่ายภาพ และเริ่มต้นปีใหม่ร่วมกัน อินไซต์ดังกล่าวถูกนำมาออกแบบประสบการณ์ตรุษจีนของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในปีนี้ ด้วยกลยุทธ์ “Customer-Centric Festive” ผ่าน 3 แกนหลัก “JOY-LUCK-LOVE”
.
“เดอะมอลล์ กรุ๊ป มองตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน เราจึงออกแบบตรุษจีนในฐานะ Chinese Festive Destination ที่เชื่อมวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนและมีความหมายทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และเมื่อเทศกาลถูกออกแบบจากชีวิตจริงของผู้คนจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การเดินทาง และการใช้เวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติและทำให้ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่ผู้คนอยากกลับมาสัมผัสซ้ำทุกปี”
.
“เดอะมอลล์ กรุ๊ป มองตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน เราจึงออกแบบตรุษจีนในฐานะ Chinese Festive Destination ที่เชื่อมวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนและมีความหมายทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และเมื่อเทศกาลถูกออกแบบจากชีวิตจริงของผู้คนจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การเดินทาง และการใช้เวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติและทำให้ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่ผู้คนอยากกลับมาสัมผัสซ้ำทุกปี”
.
:: “JOY” ECOSYSTEM & PARTNERSHIP ::
พันธมิตรแบรนด์จีนระดับโลกในครั้งนี้ มาครบทุกมิติทั้งแพลตฟอร์มการเงินและไลฟ์สไตล์ดิจิทัล Alipay, UnionPay, WeChat Pay แบรนด์เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์จีนยุคใหม่ เช่น Xiaomi, Haier, CHAGEE แพลตฟอร์มคอนเทนต์และการท่องเที่ยว iQIYI, Trip.com รวมถึงสายการบินจีนระดับประเทศ Zeekr, Air China, China Southern, Shandong Airlines, China Eastern, Shenzhen Airlines ร่วมยกระดับ “ตรุษจีน” ให้เป็นมากกว่า “อีเวนต์” สร้าง Cross-border Customer Journey ที่สร้าง Brand Experience ร่วมกันในเชิงการตลาด
.
โดยพันธมิตรร่วมสมนาคุณพิเศษภายใต้แคมเปญ อาทิ TRIP.COM สนับสนุน การเดินทาง ที่พักนักแสดงวัฒนธรรมจากจีน และ Code ส่วนลดในแพลตฟอร์มการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ ได้แก่ ความร่วมมือกับ iQIYI แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ที่มียอดดาวน์โหลดอันดับ 1 และความนิยมสูงถึง 60% ในปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมอายุ 18-35 ปี มาร่วมออกแบบประสบการณ์จากซีรีย์ดัง “How Dare You ทะลุมิติตะลุยวังหลวง” ซีรีส์ย้อนยุคโรแมนติก ที่จำลองบรรยากาศสวยงามจากซีรีย์มาให้ผู้ติดตามซีรีย์เรื่องนี้ในเมืองไทย ได้มาฟินนอกจอถ่ายรูปสวยๆ พร้อมกับการได้เลือกซื้ออาหารมงคลในอาณาจักรอาหารมงคลที่มีมากกว่า 3,000 เมนู ซึ่งนับเป็นการ Co Branded Experience ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จะสามารถสร้างความสนใจให้กับกลุ่มลูกค้าเจน Z เพิ่มขึ้น
.
:: “LUCK” CULTURAL TRUST ::
เดอะมอลล์ กรุ๊ป นับเป็น “ต้นตำรับ” ของพิธีสักการะสิ่งศักดิ์ตามศาสตร์ประเพณีจีนในวันขึ้นปีใหม่ และความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ คือ นำ “ศรัทธา” ที่ถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ มาสร้างประสบการณ์ที่มอบสิริมงคลแก่ลูกค้า โดยปีม้าไฟนี้ ได้จำลองดินแดนวิหารสวรรค์เทพเจ้ากวนอู 3 ปาง เป็นครั้งแรกในประเทศไทย อัญเชิญ “เทพเจ้ากวนอู” องค์จำลองจากศาลเจ้ากวนอู คลองสาน ที่มีตำนานความศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 200 ปี ตลอดจนอัญเชิญเทพเจ้าที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมสักการะในวันตรุษจีน มาประดิษฐาน ให้ประชาชนร่วมสักการะขอพรรับพลังบารมีแห่งความสำเร็จตามความเชื่อ และเพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลวันวาเลนไทน์ ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้อัญเชิญเทพเจ้าหยุคโหลว (Yue Lao) เทพเจ้าแห่งความรักและการแต่งงาน มาร่วมเสริมพลังความรัก
.
พร้อมโปรโมชัน ห้างสรรพสินค้าลดราคาสูงสุด 70% ทุกวัน ศุกร์ -เสาร์-อาทิตย์ สมาชิก “M CARD” และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับ M CASH COUPON รวมสูงสุด 7,600 บาท ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สมาชิก M CARD รับสมนาคุณตามเงื่อนไข
.
:: “LOVE” EMOTIONAL ENERGY ::
พลัง “ความรักจากครอบครัว ความผูกพัน” จะผลักดันให้ปี “มะเมียทะยานไกล” สู่ความรุ่งโรจน์ จากแนวคิดดังกล่าว ได้รวบรวมพลังของความรักจากคู่ขวัญในซีรีย์บอยเลิฟที่เป็นกระแส มาร่วมสร้างทราฟฟิกในเทศกาลตรุษจีนปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแรกของการเฉลิมฉลองแคมเปญ ด้วยพิธีมงคลสักการะเทพเจ้ากวนอูที่ปลุกเสกและอัญเชิญจากศาลเจ้ากวนอู คลองสาน และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วานในช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค จะมีการฉลองด้วยการแสดงตระการตา
.
ChatTalks…คุยธุรกิจ คิดให้เป็น
www.facebook.com/chatchaitalk
Tel.092-387-1241 ,
Line ID : ChatTalks
Email : kittisak1241@yahoo.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้