AI เขย่าเกมอสังหาฯ เปลี่ยน! รับยุคโลกผันผวน แข่ง Human Touch ไม่ใช่แค่ทำเล สู่ยุคที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ “ชีวิตคน”
ปี 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคธุรกิจทั่วโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว ราคาพลังงานพุ่ง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการมาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือAI (Artificial intelligence) ที่กำลังเขย่าตลาดแรงงานครั้งใหญ่
.
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียง “เศรษฐกิจไม่ดี” แต่คือ การที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วจนวิธีคิดแบบเดิมเริ่มใช้ไม่ได้ผล ธุรกิจที่เคยมั่นคงอาจกลายเป็นธุรกิจเปราะบางได้ในเวลาไม่กี่ปีโดยเฉพาะ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ที่เคยขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาโครงการ และการขยายตัวของเมือง วันนี้กำลังถูกบังคับให้คิดใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่วิธีออกแบบบ้าน วิธีเข้าถึงลูกค้า ไปจนถึงนิยามของคำว่า “คุณภาพชีวิต”
.
AI จึงไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็น “ผู้เล่นตัวจริง” ที่เปลี่ยนทั้งวิธีทำงาน วิธีขาย และวิธีใช้ชีวิต ธุรกิจอสังหาฯ กำลังเผชิญโจทย์ใหม่ครั้งใหญ่! จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยทำเล ฟังก์ชัน และราคา สู่ยุคที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ “ชีวิตคน” มากกว่า “ตัวบ้าน” เพราะในโลกที่ AI ทำทุกอย่างได้เร็วขึ้น สิ่งที่ลูกค้าต้องการอาจไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์อนาคต
.
:: AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่มาเปลี่ยนวิธีแข่งขัน ::
สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง RGB72 มองว่า โลกธุรกิจระยะต่อจากนี้จะขับเคลื่อนด้วย “Futuristic Mind” หรือความสามารถในการมองเห็นอนาคต เพราะองค์กรที่รอด อาจไม่ใช่องค์กรที่ใหญ่ที่สุด แต่คือ องค์กรที่อ่านสัญญาณการเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุด
.
หนึ่งในแรงสั่นสะเทือนสำคัญ คือ AI ที่กำลังเปลี่ยนจาก “เครื่องมือช่วยทำงาน” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ขององค์กร ในอดีต การใช้ AI อาจเป็นเรื่องของฝ่ายเทคโนโลยี แต่วันนี้ AI กำลังเข้าไปอยู่ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การตลาด การออกแบบ ไปจนถึงการคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้า นั่นทำให้โจทย์ใหม่ของธุรกิจไม่ใช่แค่ “ใช้ AI เป็น” แต่ต้องรู้ว่าจะใช้ AI อย่างไรให้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
.
:: ไม่ได้ซื้อบ้านเพราะโปรโมชันอีกต่อไป ::
ผู้บริโภคยุคใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีตัดสินใจครั้งใหญ่ จากเดิมให้ความสำคัญกับราคา และโปรโมชัน เป็นการพิจารณา “คุณค่าในระยะยาว” มากขึ้น ในภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง การซื้อบ้านกลายเป็นการตัดสินใจที่ใช้ความระมัดระวังสูง
.
ผู้บริโภคจึงมองลึกไปถึงคุณภาพชีวิต การใช้งานจริง ความยืดหยุ่นของพื้นที่ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ นี่คือเหตุผลที่ดีเวลลอปเปอร์เริ่มพบว่า เกมการแข่งขันในอนาคต อาจไม่ใช่ใครสร้างได้เร็วกว่า แต่คือ ใคร “เข้าใจชีวิตลูกค้า” ได้มากกว่า
.
:: ถอดสูตรใหม่ “บ้าน” ตอบโจทย์ชีวิตจริง ::
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความท้าทายของธุรกิจวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่การเร่งเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่คือ การสร้างสมดุลระหว่างความแข็งแรงภายในองค์กร กับความเปลี่ยนแปลงภายนอก
.
โดยเฉพาะตลาดอสังหาฯ ที่ผู้บริโภคใช้เงินก้อนใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ทำให้ไม่ได้ซื้อบ้านจากภาพโฆษณาหรือกระแสอีกต่อไป แต่มองหา “พื้นที่ใช้ชีวิตจริง” บ้านยุคใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พักผ่อน แต่ต้องรองรับการทำงาน การใช้ชีวิต และความสัมพันธ์ในครอบครัวไปพร้อมกัน
.
“สิ่งนี้กำลังเปลี่ยนวิธีคิดผู้ประกอบการ จากเดิมเน้นจำนวนโครงการ และการขยายตลาด ไปสู่การใช้ข้อมูล และ Insight เพื่อออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ระยะยาวมากขึ้น เพราะในอนาคตองค์กรที่แข่งขันได้ อาจไม่ใช่บริษัทที่โตเร็วที่สุด แต่คือบริษัทที่เข้าใจวิถีชีวิตผู้คนได้ลึกที่สุด”
.
:: ใช้ AI ตั้งแต่ “คิดงาน” ถึง “เข้าใจลูกค้า” ::
ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มองว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ AI อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ระบบแนะนำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการเลือกเส้นทางบน Google Maps ล้วนเป็นผลจาก AI ที่เรียนรู้พฤติกรรมมนุษย์
.
สำหรับแสนสิริ AI ถูกนำมาใช้ในแทบทุกฟังก์ชัน ตั้งแต่การออกแบบ การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การเชื่อมข้อมูลระหว่างทีมออกแบบ และทีมก่อสร้าง ไปจนถึงงานการตลาด งาน PR และการสร้างคอนเทนต์
.
“สิ่งที่ AI ช่วยได้ชัดเจน คือ การลดเวลา ลดขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จนเริ่มกลายเป็นเพื่อนร่วมงานของคนในองค์กร”
.
แสนสิริมองว่า AI เข้ามา “เสริม” มากกว่า “แทนที่” เพราะสุดท้ายการพัฒนาอสังหาฯ ยังต้องอาศัย Human Understanding หรือความเข้าใจมนุษย์ในระดับลึก แม้ AI จะออกแบบบ้านได้ แต่สิ่งที่ยังทดแทนไม่ได้ คือ “ความรู้สึก” และ “การออกแบบชีวิต”
:: แข่งกันที่ Experience ไม่ใช่แค่บ้านสวย ::
พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) มองว่า AI เข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมอสังหาฯ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำตั้งแต่การวิเคราะห์ Feasibility การคำนวณ FAR การจัดวางพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงการสร้างภาพจำลองห้อง และประสบการณ์การอยู่อาศัยภายในไม่กี่นาที แม้แต่ระบบก่อสร้าง และ Supply Chain ในอนาคต ก็อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI สามารถจัดการข้อมูล และควบคุมคุณภาพได้แม่นยำกว่าเดิมแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ AI กำลังผลักให้อสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนจาก “ธุรกิจก่อสร้าง” ไปสู่ “ธุรกิจบริการ”
.
“ในอนาคต ลูกค้าอาจไม่ได้เลือกแบรนด์จากคุณภาพวัสดุ หรือฟังก์ชัน แต่เลือกจากประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้รับ ตั้งแต่วันเข้าชมโครงการ ไปจนถึงการอยู่อาศัยระยะยาวหลังโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องแข่งกันด้วย Customer Experience, Service และ Human Touch มากขึ้นเรื่อยๆ”
.
เทคโนโลยีอาจช่วยให้องค์กรทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดต้นทุนได้มากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง กำลังทำให้ “ความเข้าใจมนุษย์” กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงที่สุด
.
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้านอาจไม่ใช่แค่สินทรัพย์อีกต่อไป แต่คือพื้นที่ ที่สะท้อนวิธีคิด คุณภาพชีวิต และความสัมพันธ์ของผู้คนในอนาคต และในวันที่ AI สามารถออกแบบบ้านได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างแบรนด์ อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่คือแบรนด์ที่เข้าใจว่า “มนุษย์อยากใช้ชีวิตแบบไหน” มากกว่า
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้