‘UNO Coffee’ ของ ‘พีช-พชร’ ปีที่แล้วทำรายได้ ’65 ล้าน’ แต่ขาดทุน 13 ล้าน มีแผนเปิดสาขาใหม่เพียบ
เปิดมา 1 ปี มีแล้ว 18 สาขา “UNO Coffee” ร้านกาแฟสุดไวรัลจากเมล็ดเกอิชา กวาดรายได้ “65 ล้าน” แต่งบการเงินระบุ ยังไม่ทำกำไร-ติดลบ 13 ล้าน แผนปีนี้เปิดสาขาตามจำนวนกลุ่มเป้าหมาย ต้องขายได้ทั้งวันธรรมดา-เสาร์อาทิตย์ แง้มกำไรบาง เน้นวอลุ่ม ทุกวันนี้ขายได้เฉลี่ยวันละ 800 แก้วต่อสาขา
.
ครบรอบ 1 ปี ไปแล้วนับตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งแบรนด์ สำหรับ “UNO Coffee” (อูโน่ คอฟฟี่) ร้านกาแฟที่มีบรรดากลุ่มผู้ก่อตั้ง “ร็อคส์ กรุ๊ป” เจ้าของมาสเตอร์แฟรนไชส์ “Potato Corner” (โปเตโต้ คอร์เนอร์) และหนึ่งในหุ้นส่วน “ข้าวโซอิ” เป็นเจ้าของ
ถ้าจะพูดว่า “UNO Coffee” เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ให้ธุรกิจร้านกาแฟกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งก็คงไม่ผิดนัก จากที่เคยถูกมองว่า เป็นน่านน้ำที่มีคู่แข่งทั้งระดับแมสและพรีเมียมแน่นตลาด ใครเข้ามาก็อาจจะ “เสี่ยงเจ๊ง” ไปตามๆ กัน
.
“UNO Coffee” กลับหาช่องว่างจนเจอ ชูวัตถุดิบ “เมล็ดเกอิชา” เป็นพระเอกคนสำคัญ พร้อมกับราคาเริ่มต้นแก้วละ 85 บาท คอกาแฟยอมต่อคิวรอ 300-400 คิวก็มีมาแล้ว เพราะมองว่าคุ้มเวลา-คุ้มราคา
.
จากสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าวช่วงปลายเดือนพฤษภาคม มาถึงวันนี้ “UNO Coffee” เปิดไปแล้ว 18 สาขา ปักหมุดโลเคชันล่าสุดที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ตรงกับเป้าหมายที่ “พร-อาภาพร ตั้งกฤษณขจร” หนึ่งในผู้ก่อตั้ง UNO Coffee บอกว่า พื้นที่ที่แบรนด์จะไปไม่ได้เกี่ยงว่า ต้องอยู่ในหรือนอกห้าง ขอเพียงตรงกับกลุ่มเป้าหมาย มีคนเดินผ่านไปมาเยอะก็พอ
.
ผ่านไป 1 ปี ผลประกอบการของ “UNO Coffee” ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เมอรากิ ร็อคส์ จำกัด เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จบปี 2568 ที่รายได้ “65 ล้านบาท” แต่พบว่า ยังไม่สามารถทำกำไรได้ ขาดทุนกว่า “13.9 ล้านบาท”
.
สอดคล้องกับข้อมูลที่ “พร” เคยระบุไว้ว่า การทำธุรกิจกาแฟราคาต่ำร้อยไม่ง่ายเลยในช่วงเริ่มต้น จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงมีทางเดียวคือต้องขายให้ได้จำนวนเยอะๆ มีหลายสาขา ใช้หลักการ “Economy of Scale” ฉะนั้น ช่วงสาขาแรกๆ ของ “UNO Coffee” จึงยังไม่สามารถทำกำไรได้มาก บรรทัดสุดท้ายบางกว่าเจ้าอื่นๆ แน่นอน
.
สิ่งที่จะช่วยพยุงธุรกิจ คือออเดอร์ที่เข้ามาในแต่ละวัน ซึ่งกระแสตอบรับที่เกิดขึ้นนับว่ามาไกลกว่าที่คิดไว้ เฉลี่ยทุกวันนี้มียอดขายราวๆ 800 แก้วต่อวันต่อสาขา ทว่า เป็นผลดีกับแบรนด์ เพราะจะทำให้ในระยะยาวธุรกิจยืนระยะและทำกำไรได้ด้วยสัดส่วนที่พอเหมาะพอสม
.
ปัจจุบัน “UNO Coffee” ยังขยายสาขาต่อเนื่อง กำลังจะมีสาขาใหม่ล่าสุดเป็นลำดับที่ 18 ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ โดยก่อนหน้านั้นขยายไปตามพื้นที่ “Prime Location” ห้างใจกลางเมือง รวมถึงใกล้กับคนทำงานออฟฟิศซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลัก อาทิ สาขาเมเจอร์รัชโยธิน สาขาออฟฟิศเซ็นทรัลเวิลด์ สาขามณียา เซ็นเตอร์ สาขาเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ สาขาออล ซีซั่นส์ เพลส สาขามิดทาวน์ อโศก เป็นต้น
.
สำหรับปีที่ผ่านมา “UNO Coffee” เปิดไปทั้งหมด 10 สาขา และปีนี้มีเปิดไปแล้ว 8 สาขา เท่ากับว่า อีกครึ่งปีที่เหลือไม่แน่ว่า ด้วยความถี่เท่านี้ เราอาจได้เห็น “UNO Coffee” มีสาขาทะลุไปถึง 30 แห่งจนจบปีก็เป็นไปได้ และยิ่งจำนวนสาขามากขึ้น เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ก็น่าจะทำให้ตัวเลขผลประกอบการในปี 2569 นี้ พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรได้เช่นกัน
.
ถึงอย่างนั้นในส่วนของจำนวนสาขาที่จะเปิดก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่และแลนด์ลอร์ดเจ้าของพื้นที่ด้วย ทำให้ “พร” ไม่สามารถให้ตัวเลขจำนวนสาขาที่แม่นยำในปีนี้ได้ ต้องรอติดตามกันต่อไปว่า “UNO Coffee” จะออกไปประจำการที่ไหนบ้าง โดยยังยึดหลักการเดิม ต้องเป็นพื้นที่ที่ขายได้ทุกวัน ไม่เป็นจุดตาบอดที่ลูกค้ามองไม่เห็น มีจำนวนคู่แข่งร้านกาแฟไม่มากจนเกินไป ทุกอย่างเป็นองค์ประกอบการตัดสินใจทั้งสิ้น
ส่วนภาพใหญ่ของ “ร็อคส์ กรุ๊ป” ภายใต้ บริษัท ร็อคส์ พีซี จำกัด ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ทำรายได้ “973 ล้านบาท” กำไรสุทธิ “86 ล้านบาท” เติบโตทั้งรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้