‘เอสเต ลอเดอร์’ ดันเรือธงรองพื้นสูตรใหม่เปิดตลาดไทยแห่งแรกในเอเชียชิงกำลังซื้อ Gen Z-Millennials
“เอสเต ลอเดอร์” (Estée Lauder) แบรนด์ความงามยักษ์ใหญ่ระดับโลก ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเสริมความแข็งแกร่งและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดความงามระดับพรีเมียมของประเทศไทย ผ่านฮีโรโปรดักต์ “รองพื้น” ไอคอนระดับตำนาน ที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 30 ปี โดยการปรับสูตรใหม่รองรับความต้องการของลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ
.
ทิวัตถ์ นิตย์โชติ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ Estée Lauder กล่าวว่า เอสเต ลอเดอร์ เชื่อมั่นศักยภาพตลาดประเทศไทย โดยได้ผนึกกำลังกับคู่ค้าพันธมิตรหลักทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาแคมเปญการตลาดร่วมกันในอนาคต เพื่อร่วมกันผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตั้งเป้ารักษาตำแหน่งผู้นำยอดขายรองพื้นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปี 2569
"เอสเต ลอเดอร์" (Estée Lauder) แบรนด์ความงามยักษ์ใหญ่ระดับโลก ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเสริมความแข็งแกร่งและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดความงามระดับพรีเมียมของประเทศไทย ผ่านฮีโรโปรดักต์ "รองพื้น" ไอคอนระดับตำนาน ที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 30 ปี โดยการปรับสูตรใหม่รองรับความต้องการของลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ
.
ทิวัตถ์ นิตย์โชติ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ Estée Lauder กล่าวว่า เอสเต ลอเดอร์ เชื่อมั่นศักยภาพตลาดประเทศไทย โดยได้ผนึกกำลังกับคู่ค้าพันธมิตรหลักทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาแคมเปญการตลาดร่วมกันในอนาคต เพื่อร่วมกันผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตั้งเป้ารักษาตำแหน่งผู้นำยอดขายรองพื้นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปี 2569
.
ทั้งนี้ ได้มีการเปิดตัว “ฮีโร่โปรดักต์” รองพื้นสูตรใหม่ล่าสุด “Double Wear Stay-in-Place Makeup SPF10/PA++” ซึ่งเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ไอคอนิกที่ครองใจผู้ใช้มานานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1997 ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่ง “ไทย” เป็นประเทศแรกในเอเชียที่วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้
.
การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของ “เอสเต ลอเดอร์” ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omnichannel เชื่อมโยงช่องทางออนไลน์เข้ากับออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่กล้าตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ
.
“การยกระดับนิยามใหม่ของรองพื้น Double Wear ทำให้คุณหลงรักจากสูตรเดิม ไม่เพียงตอกย้ำความเป็น No.1 Foundation ในตลาดเมคอัพ แต่เป็นการก้าวสู่บทบาทใหม่ในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่ม Gen Z และ Millennials ของเอสเต ลอเดอร์”
.
“การยกระดับนิยามใหม่ของรองพื้น Double Wear ทำให้คุณหลงรักจากสูตรเดิม ไม่เพียงตอกย้ำความเป็น No.1 Foundation ในตลาดเมคอัพ แต่เป็นการก้าวสู่บทบาทใหม่ในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่ม Gen Z และ Millennials ของเอสเต ลอเดอร์”
.
พร้อมกันนี้ แบรนด์ปรับกลยุทธ์เน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่ไปกับออฟไลน์ ที่เน้นสร้างประสบการณ์จริงผ่านการทดลองสินค้า พร้อมรับบริการ Touch Up และคำแนะนำจาก Beauty Advisor ประจำหน้าร้าน
.
:: เจาะอินไซต์ตลาดพรีเมียมไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ::
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับข้อมูลจาก Beaute Research ที่ระบุว่า ตลาดรองพื้นในกลุ่มเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ของไทยในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเซกเมนต์พรีเมียมที่ขยายตัวถึง 1.7%
.
“ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพและภาพลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้น รวมถึงมีการเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ”
.
:: กลยุทธ์ Omnichannel และการขยายฐานสู่ Gen Z ::
เอสเต ลอเดอร์ วางหมากในการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Gen Z และ Millennials อย่างชัดเจน โดยปรับภาพลักษณ์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการงานผิวเป็นธรรมชาติและทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย พร้อมทั้งขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omnichannel เชื่อมโยงประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ
.
ในส่วนของช่องทางจัดจำหน่าย แบรนด์ได้ผนึกกำลังกับ 5 พันธมิตรหลัก ได้แก่ CENTRAL, THE MALL, EVEANDBOY, TikTok Shop และ LAZADA เพื่อสร้างกิจกรรมทางการตลาดที่หลากหลาย ทั้งอีเวนต์สร้างประสบการณ์จริงหน้าร้าน (Offline) และการสร้าง Key Moments ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (Online) เพื่อกระตุ้นการทดลองใช้ผ่านการรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์ ควบคู่กับการใช้เครื่องมือ CRM ชวนลูกค้าเข้าร่วมทดลองผลิตภัณฑ์และบริการหน้าร้าน เพื่อเสริมความเชื่อมั่นและต่อยอดความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค
:: นวัตกรรม “Made For You, Made For More” ผลลัพธ์จากการวิจัยกว่า 7 ปี ::
สำหรับโปรดักต์เรือธง “Double Wear” สูตรใหม่ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.2569 ณ เคาน์เตอร์เอสเต ลอเดอร์ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม ซึ่ง เอสเต ลอเดอร์ ได้ใช้เวลาวิจัยและพัฒนาสูตรใหม่นี้นานถึง 7 ปี ผ่านการทดสอบมากกว่า 300 สูตร และวิเคราะห์โทนสีผิวกว่า 7,000 เฉดสี ภายใต้แนวคิด “Made For You, Made For More”
.
โดยมีจุดเด่น 4 ด้าน (4 More) ที่ปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม ได้แก่ More Buildable ปกปิดได้มากขึ้นแต่ยังคงความบางเบาดุจผิวจริง More Long-wearing ติดทนนานขึ้นเป็น 36 ชั่วโมง More Your Shade ครอบคลุมทุกโทนสีผิวด้วย 20 เฉดสี ใน 3 อันเดอร์โทน และ More Skin-balancing ควบคุมความมันได้ 36 ชั่วโมง ชุ่มชื้นยาวนาน 72 ชั่วโมง
:: เติบโตอย่างยั่งยืนเหนือสงครามราคา ::
ทิวัตถ์ กล่าวต่อว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ เอสเต ลอเดอร์ คือการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ “Sustainable Growth” ผ่านการผลักดันฮีโร่โปรดักส์ อย่าง “Double Wear” และ “Advanced Night Repair” ควบคู่การมอบประสบการณ์ความงาม
.
โดยแบรนด์เลือกที่จะไม่ใช้การลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายระยะสั้น แต่เน้นการมอบประสบการณ์ความงามที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลและของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว โดยมีเป้าหมายหลักคือการรักษาตำแหน่งผู้นำยอดขายรองพื้นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีแรกของปี 2569
.
ChatTalks…คุยธุรกิจ คิดให้เป็น
www.facebook.com/chatchaitalk
Tel.092-387-1241 ,
Line ID : ChatTalks
Email : kittisak1241@yahoo.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้