‘เซ็นทรัล รีเทล’ ย้ำ วิกฤติพลังงานไม่กระทบ! ยังไม่ขึ้นราคาสินค้า ปีนี้เตรียมลงทุน ‘เวียดนาม’ 9 สาขา

“เซ็นทรัล รีเทล” กางแผนทุ่มงบลงทุน 18,000 ล้านบาท เตรียมเปิดสาขาใหม่ทั้งในไทย-เวียดนาม ระบุ “เวียดนาม” ศักยภาพสูง เชื่ออนาคตโตไกลกว่านี้อีกหลายเท่า ส่วนวิกฤติพลังงานในไทยยังไม่กระทบ มอง “Worst Case” มีเพียง 1% ย้ำ ไม่คิดขึ้นราคาสินค้า ซัพพลายเออร์ยังแข็งแกร่ง-สัญญาณเป็นบวก
.
สถานการณ์ความขัดแย้งแถบตะวันออกกลางสร้างความวิตกกังวลให้กับทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ต้องรักษาระดับภาวะต้นทุนให้ดีที่สุด “เซ็นทรัล รีเทล” กลุ่มธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกที่มีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอมากมาย อาทิ เครือท็อปส์, โก โฮลเซลล์, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ฯลฯ ระบุว่า ธุรกิจยังไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องค่าไฟรวมถึงราคาน้ำมัน ทั้งยังย้ำชัดว่า ไม่มีแผนปรับขึ้นสินค้าเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
“สุทธิสาร จิราธิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “CRC” เล่าถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจในรอบปีที่ผ่านมาว่า รายได้หลักของกลุ่ม CRC มาจากในไทยและเวียดนามเป็นหลัก มีรายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ “253,165 ล้านบาท” กำไรสุทธิ “7,432 ล้านบาท”
.
มีธุรกิจใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาหลายส่วน ทั้งการปรับเพิ่ม “The Baker” โซนขายอาหารเช้า และ “Wine Cellar” โซนสำหรับคนรักไวน์โดยเฉพาะ เพื่อเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจุบันมี “Tops Daily” ดำเนินกิจการด้วยโมเดลนี้ทั้งหมด 52 สาขา จากทั้งหมด 500 กว่าสาขา
.
สำหรับ “Wine Cellar” ระบุว่า เป็นพอร์ชันที่เติบโตดี มีการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้าไปอีกราว 10% และที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน คือการขยายตลาดไปยัง “เวียดนาม” หากใช้ฐานสมาชิก The1 เป็นตัวชี้วัดก็พบความน่าสนใจไม่น้อย “สุทธิสาร” ระบุว่า “CRC” นำระบบ The1 เปิดตัวในเวียดนามเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา พบว่า มีฐานสมาชิก 100,000 คน
.
อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมา “CRC” จะมีเครือท็อปส์เป็นฮีโร่แบรนด์ ทว่า ปี 2568 กลับมีฐานที่มั่นที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก 2 ส่วน ได้แก่ “Auto 1” ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร และ “Mini go!” โมเดลซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศเวียดนาม ทั้งสองส่วนเติบโตแบบ Double Digits ปีนี้เตรียมวางแผนเปิด Auto 1 เพิ่มอีก 50 สาขา และ Mini Go! อีก 6 สาขา ส่วนของ “Go! Wholesale” แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น มีการลงทุน มีค่าใช้จ่าย และยังติดลบอยู่บ้าง แต่พบว่า มีอัตราการเติบโตที่ดีเช่นกัน ยอดขายต่อสาขาและกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
.
ภาพรวมปีนี้ “สุทธิสาร” ยอมรับว่า มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเยอะ ก่อนซื้ออะไรคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ก็พบว่า คู่แข่งในสนามก็นิ่งขึ้นเช่นกัน ออนไลน์ยังเป็นเจ้าเก่า จำนวนหน้าใหม่ลดลง ที่น่าห่วงมากกว่า คือฝั่ง “Social Commerce” เกิดขึ้นทั้งในไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นประเทศดาวรุ่ง ใครๆ ก็อยากมาลงทุน ภาคท้องถิ่นเองก็ขยับตัวเร็ว
.
สิ่งที่ “CRC” โฟกัส คือการดึงเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยทำให้เห็นภาพชัดขึ้น เพิ่มประสบการณ์การจับจ่าย เป็นมากกว่าสถานที่ที่เข้ามาซื้อของแล้วกลับไป ต้องเปลี่ยนตั้งแต่การจัดสินค้าบนชั้นวาง เพิ่มร้านกาแฟหรือร้านอาหารแบบไหนที่จะถูกใจผู้บริโภค แม้กระทั่งการเพิ่มพื้นที่รองรับเด็กๆ คนรุ่นใหม่ให้เข้ามาใช้เวลากับศูนย์การค้า ได้มาใช้ชีวิตที่นี่ ให้นึกถึงกันบ่อยๆ ถ้าทำได้ก็จะช่วยขยายฐานลูกค้าได้ครบถ้วน
.
แต่ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปีเต็ม พบว่า เดือนธันวาคม 2568 มีฐานสมาชิกพุ่งทะยานไปแล้ว 4.3 ล้านคน เชื่อว่า การขยายตลาดในเวียดนามยังมีโอกาสอีกมากมาย และด้วยจำนวนประชากรกว่าร้อยล้านคน เป้าหมายตัวเลขสมาชิก 20 ล้านคนจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องไกลเกินฝัน หากทำได้ก็จะช่วยกระตุ้นยอดขาย-ขยายตลาดให้โตมากขึ้นไปอีก
.
ทั้งนี้ ตลอดปี 2569 “CRC” วางงบลงทุนไว้ 18,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นลงทุนในไทยและเวียดนาม โดยมีรายละเอียดดังนี้
.
ไทย ::
รีโนเวทเซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ 2 สาขา
รีโนเวทห้างโรบินสัน 1 สาขา
เปิด Tops สาขาใหม่ 8-10 สาขา
เปิด Go! Wholesale สาขาใหม่ 14 สาขา
เปิดไทวัสดุ 88 สาขา
.
เวียดนาม ::
เปิด GO! 2 สาขา
เปิดไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขาฃ
เปิดซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา
เมื่อถามถึงสถานการณ์วิกฤติพลังงานและความตึงเครียดแถบตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น “สุทธิสาร” ยืนยันว่า ขณะนี้เครือ CRC ยังไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติดังกล่าว มีความกังวลบ้างเล็กน้อยในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นในอนาคต แต่ทีมผู้บริหารก็เตรียมความพร้อมไว้หลายอย่าง โดยเฉพาะการวางแผนเรื่อง EV และระบบโซลาเซลล์ซึ่งเป็นแผนระยะยาวที่เกิดขึ้นก่อนสถานการณปัจจุบัน
.
หากถึงที่สุดจริงๆ เชื่อว่า จะเกิดผลกระทบกับสัดส่วนกำไรเพียง 1% เท่านั้น เบื้องต้นมีการวางแผนบริหารจัดการพลังงานไว้บ้างแล้ว อาทิ ลดความเร็วของลิฟต์หรือบันไดเลื่อนในห้าง เปิดใช้ลิฟต์เป็นเวลา เป็นต้น พร้อมย้ำชัดยังไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า ทุกอย่างที่มีการจัดซื้อกับซัพพลายเออร์ยังเป็นราคาเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ยังมีสต๊อกครบถ้วน

ความคิดเห็น

บทความที่มีคนอ่านมากที่สุด

เปิดที่มากว่าจะมาเป็น “รีเจนซี่” บรั่นดีไทย

"พันธ์ พะเนียงเวทย์" ผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ เจ้าของ "มาม่า"...ซองละ 7 บาท ยอดขาย 18,000 ล้านบาท

ทุกธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ด้วยการสร้าง Content ผ่านสื่อ" (มวลชนและโซเชียล)

ลาบูบู้ สวมชุดไทย ไหว้สวย รับตำแหน่ง “Amazing Thailand Experience Explorer” ก่อนร่วมกิจกรรม 'ลาบูบู้เที่ยวไทย'.

“บาร์บีก้อน” ลุยบุฟเฟ่ต์ผู้สูงวัย ปิดต ี5 รวม 9 สาขา ลุยศึกกลางคืน