‘ไวไว-มาม่า’ บริหารต้นทุน ลดผลิตสินค้ากำไรต่ำ-ขายไม่ดี รับน้ำมัน พลาสติกพุ่ง
บิ๊กแบรนด์บะหมี่ฯ ชี้สถานการณ์แพ็คเกจจิ้งน่าห่วงกระเทือนทุกสินค้า “ไวไว” เผยต้นทุนเดิมวางแผนผลิตถึงสิ้นเม.ย.69 จากนั้นประเมินผลกระทบอีกรอบ “มาม่า” บริหารพอร์ตผลิตสินค้าขายดีเพื่อใช้พลาสติกให้คุ้มค่าสุด
:: “ไวไว” เผยเม็ดพลาสติกไม่รับโค้ดราคา ::
นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตสินค้าให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พลอยได้จากปิโตรเคมีอย่างเม็ดพลาสติก ที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ หรือแพ็คเกจจิ้ง เป็นสิ่งที่น่ากังวล ซึ่งผลกระทบได้ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าหมวดหมู่อื่น ๆ ที่ใช้แพ็คเกจจิ้งด้วย
.
ทั้งนี้ ไวไว ตั้งทีมงานบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนบนเรียนช่วงที่โควิด-19 ระบาด แต่ต่างกันจากดูแลโรคติดต่อมาเป็นเกาะติดราคาน้ำมัน ต้นทุนสินค้า รวมถึงทำหน้าที่ในการต่อรองด้านต้นทุนการผลิตให้ดีที่สุด
.
เบื้องต้นในระยะสั้นถึงสิ้นเดือน เม.ย. บริษัทจะยังไม่ได้รับผลกระทบ หรือมีผลต่อราคาสินค้าแต่อย่างใด เนื่องจากได้เจรจาซื้อขายวัตถุดิบกับซัพพลายเออร์ล่วงหน้า เช่น จะขายวัตถุดิบรายการนี้ ราคานี้ในช่วง 3-6 เดือน ดังนั้นเมื่อต้นทุนเพิ่มขึ้น บางอย่างซัพพลายเออร์เป็นผู้แบกรับเพื่อคงราคาเดิมไว้ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของเม็ดพลาสติกนั้น ขณะนี้ไม่มีการให้แนวโน้มราคาหรือโค้ดราคาแล้ว
.
“เรามีทีมงานติดตามต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิดเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หากวัตถุดิบมีแนวโน้มจะขึ้นราคาต้องหาทางเจรจาล็อกต้นทุนได้หรือไม่ เพราะคาดการณ์ยากวัตถุดิบจะขึ้นไปที่เท่าไร น้ำมันจะแตะไปที่กี่ดอลลาร์ต่อบาร์เรล”
.
นายยศสรัลกล่าวว่า บริษัทมีซีนาริโอแต่ละอย่างเพื่อคำนวณต้นทุน เช่น ช่วงนี้บริษัทมีวัตถุดิบผลิตสินค้าซึ่งวางแผนทุกอย่างถึงปลายเดือน เม.ย. แล้ว ดังนั้นภาพรวมจึงไม่กระทบ แต่หลังจากเดือน พ.ค. จะต้องมาพิจารณาต้นทุนอีกครั้ง
.
“สิ่งที่กังวลสุดตอนนี้คือเม็ดพลาสติก ที่ซัพพลายเออร์ไม่โค้ดราคาแล้ว หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อค่อนข้างจะส่งผลกระทบหนัก ไม่แค่บะหมี่ฯ แต่สินค้าทุกอย่างเลย”
.
:: เบรกผลิตสินค้ากำไรต่ำ ::
นอกจากเกาะติดต้นทุนอย่างใกล้ชิด บริษัทยังบริหารจัดการการผลิตสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ลดการผลิตสินค้ารายการ (เอสเคยู) ที่กำไรน้อย ผลิตแล้วไม่คุ้ม ไม่เกิดการประหยัดจากขนาด (economies of scale) เช่น รสเจ เพราะขายน้อย การขายหลัก ๆ ในช่วงเทศกาล จึงหยุดการผลิตชั่วคราวก่อน
.
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมองกรณีเลวร้ายสุด คือ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะกดดันต้นทุนการผลิตสูง อาจต้องมีการรวมพลังกับผู้ประกอบการบะหมี่ฯรายอื่น ๆ แจงผลกระทบให้กับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด
.
“ต้นทุนพลังงานน้ำมัน น้ำมันปาล์ม แป้งสาลี ระยะยาวจะมีผลทั้งสิ้น แต่ระยะสั้นภายในเดือน เม.ย. เรายังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากสถานการณ์รุนแรงจริง ๆ ยืดเยื้อ ซัพพลายเออร์ส่งวัตถุดิบให้เราไม่ได้ ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ่น ไม่ไหว ก็ต้องคุยกัน ต้องปรับขึ้นตามกลไกตลาด กลไกราคา ไม่อย่างนั้นเราต้องดูแลไม่ให้ผู้บริโภคกักตุนสินค้า”
.
นายยศสรัลกล่าวว่า หากแบกรับไม่ไหวจริง ๆ ก็จะไม่ผลิตสินค้าที่เกินต้นทุน เช่น บะหมี่ แบบซอง 7 บาท หากต้นทุนการผลิตเกินราคาขายปลีก 7 บาท บริษัทก็ขายไม่ได้ ซึ่งราคาสินค้าขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริง ๆ หากหลังเดือน พ.ค. ช่องแคบฮอร์มุซผ่านได้ เหตุการณ์ยุติ ไม่มีอะไร ก็จำหน่ายสินค้าราคาเดิม
:: สินค้าควบคุมต้องอดทนแบกรับต้นทุนพุ่ง ::
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” กล่าวว่า สถานการณ์ราคาพลังงานส่งผลให้ต้นทุนการผลิตบะหมี่ฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะฟิล์มที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์แบบซองขยับขึ้น 30% และที่ต้องจับตาจากนี้คือราคาน้ำมันปาล์ม เพราะหากถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมน้ำมันหรือไบโอดีเซล อาจทำให้ราคาปาล์มดิบสูงขึ้น จากตอนนี้ราคาอยู่ที่ 6 บาท/กก. และผลผลิตอยู่ในช่วงออกสู่ตลาด
.
ทั้งนี้ หากน้ำมันปาล์ม แป้งสาลี และแพ็คเกจจิ้งราคาสูงขึ้นครบองค์ประกอบ ผู้ผลิตบะหมี่ฯ อาจต้องหารือกับรัฐ แจงต้นทุน และกำหนดแนวทางราคาสินค้าใหม่ แต่เบื้องต้น ในฐานะสินค้าควบคุมมีหน้าที่ต้องอดทน
.
“สถานการณ์ตะวันออกกลาง มีผลต่อต้นทุนพลังงาน การผลิตสินค้า ตอนนี้ผู้ผลิตต้องแอปซอร์บไป จบที่เรา แต่ราคาน้ำมันพุ่งถึง 200 ดอลลาร์/บาร์เรล ยากจะประเมิน และถ้าแป้งสาลี น้ำมันปาล์ม แพ็คเกจจิ้งขึ้นพร้อมกัน ก็ต้องดูว่าจะทนได้นานแค่ไหน เพราะสินค้าควบคุมมีหน้าที่ต้องทน ถ้าไม่ไหวก็คือไม่ไหว”
.
อย่างไรก็ตาม ด้านบริหารจัดการการผลิต บริษัทมุ่งเน้นสินค้าขายดี สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้การใช้ฟิล์มคุ้มค่าที่สุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้