‘บอนชอน’ ของไทย ขายดีที่สุดในโลก บริหารเก่ง จนเข้าซื้ออีก 7 ประเทศ ‘ไมเนอร์’ ใช้วิชาตัวเบา ลงทุน ‘Asset-Light’
“ไมเนอร์ ฟู้ด” ยักษ์วงการอาหาร เข้าซื้อกิจการ “บอนชอน” อีก 7 ประเทศทั่วโลก ด้วยงบลงทุน 1,650 ล้านบาท หลังศักยภาพไก่ทอดบอนชอนไทยโตวันโตคืน เท่ากับว่า หลังจากนี้ “บอนชอน” ใต้ร่ม ไมเนอร์ ฟู้ด จะมีมากถึง “350 สาขา”
.
ข่าวใหญ่วงการร้านอาหารวันนี้เป็นคิวของ “ไมเนอร์ ฟู้ด” เข้าซื้อกิจการ “บอนชอน” (Bonchon) เพิ่มเติมอีก 7 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา ไต้หวัน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย เท่ากับว่า หลังจากนี้ “ไมเนอร์ ฟู้ด” จะถือสิทธิบริหารบอนชอนรวม 8 ประเทศทั่วโลก ยกเว้น “สหรัฐ” เพียงประเทศเดียวที่ยังเป็น “Serruya Private Equity” หรือ “SPE” ถือสิทธิบริหาร
.
สำหรับการลงทุนครั้งนี้ “ไมเนอร์ ฟู้ด” ใช้เม็ดเงินลงทุนราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 1,650 ล้านบาท ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง “ไมเนอร์ ฟู้ด” และ “บอนชอน” จากเดิมที่เป็นผู้ถือสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ในไทย ทั้งยังเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์รายใหญ่ที่สุดของแบรนด์เมื่อพิจารณาจากรายได้รวมทั้งระบบ
.
“ไมเนอร์ ฟู้ด” ยืนยันกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า “บอนชอน ประเทศไทย” ทำยอดขายได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศทั่วโลก
.
“ไมเนอร์ ฟู้ด” คาดการณ์ว่า การซื้อขายกิจการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำไรให้บริษัทได้ทันทีภายหลังเข้าซื้อกิจการ โดยได้รับแรงหนุนจากโมเดลธุรกิจของบอนชอนที่ดำเนินงานผ่านระบบแฟรนไชส์เป็นหลัก รวมถึงการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิ (Royalty Fee) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ตรงตามกลยุทธ์หลักของ “ไมเนอร์ ฟู้ด” ด้วยการใช้เงินลงทุนในระดับจำกัด และเป็นการลงทุนในรูปแบบ “Asset-Light” หรือไม่เน้นการลงทุนสูงที่ต้องเข้าไปถือครองทรัพย์สินถาวรนั่นเอง
.
นอกเหนือจากการเป็นเจ้าของกิจการและบริหารระบบแฟรนไชส์ “บอนชอน” ยังเป็นเจ้าของและดำเนินการโรงงานผลิตซอสของตัวเอง การเป็นเจ้าของแบรนด์ บริหารแฟรนไชส์ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานซอสภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน จะช่วยสร้างฐานรายได้และกำไรที่แข็งแกร่ง พร้อมเปิดโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวต่อไปได้
.
ถ้านับเฉพาะสาขาในไทยตอนนี้ บอนชอนมีทั้งหมด 133 สาขา เมื่อบวกกับอีก 7 ประเทศทั่วโลกที่เพิ่มเข้ามา เท่ากับว่า หลังจากนี้บอนชอนภายใต้การบริหารของ “ไมเนอร์ ฟู้ด” จะมีสาขารวมกันทั้งสิ้น “350 สาขา” สำหรับการเติบโตของบอนชอนประเทศไทยในรอบปีที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทำผลงานโดดเด่น จากฐานลูกค้าที่แข็งแรง กระแสความนิยมอาหารเกาหลีที่ยังไม่ลดละ รวมถึงการพัฒนาเมนูและแคมเปญทางการตลาดต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายของบอนชอนในปีที่ผ่านมาเติบโตได้ดี
.
“เรายังมองเห็นโอกาสในการขยายสาขาไปยังพื้นที่ใหม่ๆ รวมถึงการเติบโตผ่านโมเดล Asset-Light บอนชอนยังเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักของ ไมเนอร์ ฟู้ด เราให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายในต่างประเทศ บอนชอนยังมีโอกาสเติบโตจากกระแส K-Culture ในหลายประเทศ ประกอบกับจุดแข็งเรื่องรสชาติที่เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลาย โมเดลธุรกิจที่สามารถปรับให้เหมาะกับตลาดแต่ละแห่ง”
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้