GRANDPARK BANGNA ทุ่ม 4 พันล้าน ปั้น ‘Social Club’ เขย่าบางนา
เมื่อคอมมูนิตี้มอลล์ไม่อาจตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้ด้วย “ร้านค้า” เพียงอย่างเดียว GRANDPARK BANGNA จึงเดิมพันกว่า 4,000 ล้านบาท บนทำเลบางนา-ตราด กม.10 ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ “The Social Club of Bangna” ผสานกีฬา เวลเนส อาหาร สัตว์เลี้ยง และงานดีไซน์ หวังปักหมุดเป็น Lifestyle Sport Community Mall ที่เติมเต็มการใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
.
:: เมื่อ ‘ห้างใกล้บ้าน’ ไม่พออีกต่อไป ::
ภาพของคอมมูนิตี้มอลล์ในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดหมายสำหรับซื้อของ กินข้าว หรือแวะพักระหว่างทาง สู่การเป็น “พื้นที่ใช้ชีวิต” ที่ผู้บริโภคสามารถใช้เวลาอยู่ได้นานขึ้น และกลับมาใช้บริการซ้ำได้ในหลากหลายโอกาส
.
โจทย์ดังกล่าวกลายเป็นจุดตั้งต้นของ GRANDPARK BANGNA โครงการมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 25 ไร่ ย่านบางนา-ตราด กม.10 ซึ่งต้องการก้าวข้ามภาพจำของคอมมูนิตี้มอลล์แบบเดิม ด้วยแนวคิด “The Social Club of Bangna”
.
นายลภณวิช ทยานุวัฒน์ ผู้บริหารโครงการ GRANDPARK ระบุว่า โครงการเกิดขึ้นจากการมองเห็นช่องว่างด้านไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ซึ่งต้องการพื้นที่นอกบ้านที่สามารถรองรับกิจกรรมได้มากกว่าการจับจ่าย แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถออกกำลังกาย รับประทานอาหาร ทำงาน พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้ในสถานที่เดียวแนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจค้าปลีก จากการขาย “สินค้า” ไปสู่การขาย “ประสบการณ์” และ “เวลา” ของผู้บริโภค
:: เดิมพันทำเลบางนา สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ ::
GRANDPARK BANGNA วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นเสมือน “บ้านหลังที่สอง” ของคนบางนา ผ่านการออกแบบภายใต้แนวคิด Biophilic Design ที่เชื่อมโยงพื้นที่กับธรรมชาติ ใช้โทนสีเอิร์ธโทนเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเอง
.
พื้นที่ภายในถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ครอบคลุมทั้งกิจกรรมออกกำลังกาย ร้านอาหารและเครื่องดื่ม พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงโซนแรงบันดาลใจด้านงานออกแบบและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสามารถรองรับทั้งการทำงานและการพักผ่อนทั้งหมดถูกหลอมรวมภายใต้แนวคิด “Every Day is a Good Day” ซึ่งต้องการทำให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตไม่ใช่กิจกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะในวันหยุด แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันนี่จึงเป็นเหตุผลที่โครงการไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียง “ปลายทางของการชอปปิง” แต่พยายามสร้างให้เกิด Community ที่ผู้คนมีเหตุผลในการกลับมาใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง
.
:: GRANDHOME จาก ‘โชว์รูม’ สู่คู่คิดเรื่องบ้าน ::
หนึ่งในหมากสำคัญของ GRANDPARK BANGNA คือการดึง GRANDHOMEเข้ามาเป็นพันธมิตร ต่อยอดประสบการณ์กว่า 45 ปี สู่การสร้าง GRANDHOME Experience Storeภายใต้แนวคิด “Experience, Discover, Create”จุดแตกต่างคือการเปลี่ยนบทบาทจากโชว์รูมจำหน่ายสินค้า มาเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านการออกแบบ โดยนำวัสดุ นวัตกรรม และโซลูชันการอยู่อาศัยจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาจัดวางในรูปแบบที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการเดินชมแกลเลอรีงานดีไซน์
.
ขณะเดียวกัน ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำหน้าที่มากกว่าการขายสินค้า โดยเป็น “คู่คิดด้านการออกแบบ” ตั้งแต่การวิเคราะห์วัสดุ เปรียบเทียบทางเลือก ไปจนถึงการคัดสรรโซลูชันให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป้าหมายจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่เจ้าของบ้าน แต่ครอบคลุมไปถึงสถาปนิก นักออกแบบ และผู้ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย
.
:: เปิดเกม ‘Active Lifestyle’ ดึงกีฬาเป็นแม่เหล็ก ::
อีกหนึ่งหมากใหญ่คือการจับมือกับ DMHOMEผู้นำด้านห้องน้ำ ชุดครัว และเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ระดับโลก เพื่อพัฒนาพื้นที่ “THE AXIS CLUB” ภายใต้แนวคิด “The Axis of Vitality”คอนเซปต์ถูกวางให้กีฬาไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
.
ตั้งแต่เป็นศูนย์กลางของการพบปะและสร้าง Community โดยผสมผสานกีฬาแร็กเก็ตเข้ากับเวลเนส อาหาร เครื่องดื่ม และพื้นที่สังสรรค์ THE AXIS CLUB ตั้งเป้ายกระดับรูปแบบสปอร์ตคลับสู่ “Active Lifestyle Club”ระดับพรีเมียม
.
โดยมีแร็กเก็ตคอร์ตรวม 14 คอร์ต และไฮไลต์สำคัญคือ Clay Court แท้ ซึ่งเป็นรูปแบบสนามที่ยังหาเล่นได้ไม่ง่ายในประเทศไทย นอกจากสนามกีฬา ยังมีพื้นที่ฟื้นฟูร่างกาย เลานจ์ และสปอร์ตบาร์ เปิดให้สมาชิกและผู้ใช้บริการเข้ามาใช้เวลาได้มากกว่าช่วงแข่งขัน
.
:: สร้างคอมมูนิตี้มอลล์ เกมใหม่ของ DMHOME ::
การเข้ามาของ DMHOME ยังสะท้อนทิศทางที่น่าสนใจของธุรกิจค้าปลีกและสินค้าเกี่ยวกับบ้าน เพราะการแข่งขันในวันนี้ไม่ได้จบลงที่คุณภาพหรือความหลากหลายของสินค้าอีกต่อไปแต่โจทย์สำคัญคือการสร้าง “ประสบการณ์” ที่ทำให้ผู้บริโภคอยากเข้ามาใช้พื้นที่ และเกิดความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
.
เมื่อมองภาพรวม GRANDPARK BANGNA จึงกำลังทดลองโมเดลที่น่าสนใจว่า “คอมมูนิตี้มอลล์” ในยุคต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องแข่งกันด้วยจำนวนร้านค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแข่งกันด้วยความสามารถในการสร้างเหตุผลให้ผู้คน “อยากมา” และ “อยากกลับมา”
.
:: 4,000 ล้าน เดิมพันการใช้ชีวิตของคนบางนา ::
ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท GRANDPARK BANGNA ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่กับศักยภาพของทำเลบางนา-ตราด กม.10 และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตมากกว่าพื้นที่เพื่อซื้อสินค้าโครงการคาดว่าจะเปิดให้บริการเฟสแรก หรือ Soft Opening ในเดือนธันวาคม 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 ปี 2570
.
ลภณวิช มองว่า เป้าหมายของ GRANDPARK BANGNA ไม่ใช่การเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วไป แต่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของคนในย่านบางนา และกลายเป็น “บ้านหลังที่สอง” ที่ผู้คนสามารถเข้ามาเติมเต็มความสุขในแต่ละวัน
.
ท้ายที่สุดแล้ว GRANDPARK BANGNA จึงไม่ใช่เพียงการสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่บนถนนบางนา-ตราด แต่คือการทดลองนิยามใหม่ว่า “สถานที่ที่คนอยากใช้ชีวิต” ต้องมีหน้าตาอย่างไรในยุคที่ผู้บริโภคให้คุณค่ากับเวลา ประสบการณ์ สุขภาพ และคอมมูนิตี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้