อยู่แค่ในไทยไม่ได้ ปีหน้า ‘เจี้ยนชา’ ไป 5 ประเทศ อยากสู้กับต่างชาติ ต้องออกไปเห็นโลกภายนอก

ถึงเวลาแบรนด์ไทยไประดับโลก ปีหน้า “เจี้ยนชา” เตรียมไปต่างประเทศเพิ่ม หลังเปิดที่ “ออสเตรเลีย” และ “สิงคโปร์” ขอไปต่อที่ “สเปน-สหรัฐ-ฟิลิปปินส์-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย” ชี้ จะสู้ต่างชาติบุกไทยได้ต้องออกไปเห็นโลกภายนอก แง้ม มีแผนเข้าซื้อแบรนด์ไทยเติมพอร์ตโฟลิโอ เป้าหมายสูงสุดมัดรวมแบรนด์ไทยส่งออกเวทีโลก
.
ต้นปีหน้า “เจี้ยนชา” ร้านชาผลไม้กำลังจะมีอายุครบ 2 ปีเต็ม ปัจจุบันเปิดทำการไปแล้ว 50 สาขาเศษๆ เซ็นสัญญาและอยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้างอีกราวๆ 20 สาขา ทำให้จนถึงสิ้นปีนี้ “เจี้ยนชา” จะมีทั้งหมด 75 สาขา โดยสาขาส่วนใหญ่มาจากการขยายธุรกิจด้วยโมเดลแฟรนไชส์ ที่ “พลอย-พอลลี่ เฮสันต์” ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งเจี้ยนชา บอกว่า เป้าหมายระยะสั้นของเธอ คือการเปิดให้ครบ 100 สาขาภายในกลางปี 2569 ส่วนเป้าหมายระยะยาว คือการพาแบรนด์ชาสัญชาติไทยไปต่างประเทศ
ขณะนี้ “เจี้ยนชา” รุกตลาดต่างประเทศไปแล้ว 2 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย 2 สาขา และสิงคโปร์ 1 สาขา ระบุว่า กระแสตอบรับค่อนข้างดี เพราะได้เปิดบนโลเคชันที่มีคนท้องถิ่นเยอะ เปรียบเทียบแล้วคล้ายกับย่านออฟฟิศตึกสำนักงานในกรุงเทพฯ เกือบ 100% เป็นเมนูแบบเดียวกับที่เมืองไทย แตกต่างเพียงเล็กน้อยด้วยการเพิ่มเมนูร้อนสำหรับหน้าหนาวหรือเมนูผลไม้ตามฤดูกาล 
.
ภาพการแข่งขันของตลาดชาที่ต่างประเทศตอนนี้ “พลอย” เล่าว่า กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น อย่างที่สหรัฐเพิ่งมีแบรนด์ชาเจ้าใหญ่ระดับโลกเข้าไปขยายเพียงไม่กี่สิบสาขา ส่วนใหญ่บิ๊กแบรนด์ใช้เวลากับแถบเอเชียค่อนข้างเยอะ ตอนนี้จึงเป็นช่วงเริ่มต้นของการไปโซนยุโรปและอเมริกามากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์จีนก็ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้เหมือนกัน
.
เธอมองว่า ตลาดต่างประเทศยังมีที่ทางให้ “เจี้ยนชา” โตต่อได้ ปีหน้า “พลอย” จะพา “เจี้ยนชา” ปักธงทั้งแทบอาเซียน ยุโรป และสหรัฐ มีทั้งฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ส่วนที่ “ออสเตรเลีย” แม้จะมี 2 สาขาแต่ยังมีศักยภาพขยายต่อได้อีก ตอนนี้มีมาสเตอร์แฟรนไชส์พร้อมขยายในเมืองอื่นๆ แล้ว อาทิ บริสเบน เพิร์ท ซิดนีย์ และแอดิเลด ส่วนที่ “สเปน” จะก่อสร้างร้านแล้วเสร็จกลางเดือนมกราคม โดยจะเปิดที่เมืองบาร์เซโลนาเป็นแห่งแรก ส่วนที่ “สหรัฐ” อยู่ในช่วงของการดูโลเคชัน เล็งที่เมืองลอสแอนเจลิสไว้
.
“ตลาดต่างประเทศยังไม่เต็ม ที่สหรัฐเพิ่งมีแบรนด์ใหญ่ๆ เข้าไปไม่กี่สาขา พลอยคิดว่า ยังไม่มีใครลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้จริงจัง การที่เราต้องสร้างเองกับมือและขยายออกไปเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก การแข่งขันในตลาดก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทำให้คนรู้จักตลาดนี้เพิ่มขึ้น เพราะอาจจะมีบางกลุ่มที่ยังไม่คุ้นชินกับชาผลไม้ ขณะเดียวกันเราเองที่เป็นแบรนด์ไทยหรือผู้ประกอบการไทยอาจจะต้องจับมือทำอะไรบางอย่างร่วมกัน เพื่อทำให้แบรนด์เราที่อยู่ในไทยแข็งแรงมากพอ”
.
การพาเจี้ยนชาไปต่างประเทศโดยเฉพาะแถบอาเซียนในปีหน้าจะเป็นการไปในรูปแบบ “Joint Venture” หรือ JV ส่วนในสหรัฐยอมรับว่า ตลาดชาที่นั่นยังเล็กกว่าฝั่งเอเชีย แต่เชื่อว่า อนาคตจะขยายตัวแน่นอน โดยเหตุผลที่ต้องไป “สหรัฐ” เพราะคิดถึงความเชื่อมโยงในการดึงดูดนักลงทุน หากเจาะประเทศ Tier1 ได้ ก็น่าจะเป็นผลดีกับแบรนด์ในอนาคต
.
ด้านตลาดในประเทศ “พลอย” บอกว่า เจี้ยนชาน่าจะมีครบ 100 สาขาภายในไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า ค่อนข้างมั่นใจศักยภาพของทีมที่สามารถดูแลภาพรวมในไทยได้ ซึ่งหลังจาก “เจี้ยนชา” มีครบ 100 สาขาในไทย จะเป็นเฟสของการขยาย “Polly Atelier Tea” ร้านชานมแบรนด์ใหม่ในพอร์ตโฟลิโอ
สำคัญที่สุดของแบรนด์ในเครือทั้งหมดมุ่งเป้าไปยังจุดหมายเดียวกัน คือการไปต่างประเทศ ปัจจุบันมีแบรนด์ต่างชาติเข้ามาในไทยเยอะมาก จะสู้กับเขาได้ต้องออกไปเห็นโลกภายนอกพร้อมๆ กับที่เขาเห็น ถ้าไม่เห็นภาพเดียวกันก็ยากที่จะวิ่งตามทัน
.
“การที่เราจะมี Knowhow อะไรใหม่ๆ มาต่อสู้กับเขา จำเป็นที่จะต้องออกไปเห็นโลกพร้อมๆ กับที่เขาเห็น เพราะเขาเริ่มไปสหรัฐ ยุโรป ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนแล้ว ถ้าเราไม่เห็นภาพเดียวกับเขาเราไม่มีแรงไปสู้เพราะนั่งอยู่แค่ในประเทศ เราสู้ใน Local แต่ไม่รู้จะสู้ระดับ Global อย่างไร กระทั่งคนจีนเองก็ยังอยู่ในจุดที่เรียนรู้จะเอาแบรนด์ออกต่างประเทศ เขาอาจจะเก่งในบ้าน แต่วันที่ต้องไปต่างประเทศก็ใหม่สำหรับเขาเหมือนกัน”
.
“พลอย” มองว่า เจี้ยนชาน่าจะสุดเพดานการขยายสาขาในไทยที่ราวๆ 250 สาขา ส่วน “Polly Atelier Tea” น่าจะไปได้มากสุด 350 สาขา เพราะออกแบบให้มีระบบการจัดการง่ายกว่า แต่ความง่ายก็เป็นดาบสองคมที่ลอกเลียนแบบได้ง่ายด้วย ฉะนั้น ต้องทำแบรนดิ้งให้แข็งแรงมากพอ
.
รายได้ของเจี้ยนชาในปีนี้ คาดว่า จะปิดจบที่ “300 ล้านบาท” หากรวมกับฝั่งแฟรนไชส์แล้วจะอยู่ที่ราวๆ 500 ล้านบาท โดยรายได้จากฝั่งแฟรนไชส์มาในรูปแบบของรายได้จากการส่งวัตถุดิบ เติบโตจากปีที่แล้วหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนปีหน้าก็คาดว่า จะเติบโตได้ดีเช่นกัน ทั้งจากการขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศด้วย
.
ผู้บริหารยังยืนยันคำเดิมสำหรับแผนการเข้าตลาดหุ้นที่สหรัฐภายใน 5-7 ปีข้างหน้า ระบุว่า การเข้าตลาดมีผลกับการสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสให้กับแบรนด์ รวมถึงการดึงคนเก่งๆ มาร่วมงานในอนาคต เบื้องต้นปักหมุดนำธุรกิจเข้าตลาดหุ้น NASDAQ โดยจะมัดรวมธุรกิจทั้งพอร์ตโฟลิโอมาอยู่ภายใต้โฮลดิ้งเดียวกัน
.
แง้มว่า มีแผนเติมพอร์ตโฟลิโอด้วยการเข้าซื้อกิจการ เป็นธุรกิจในหมวดอาหารและเครื่องดื่มเหมือนเดิม จะเกิดขึ้นภายหลังปั้น เจี้ยนชา Polly Atelier Tea และใจฉันสปาได้แข็งแรงมากพอแล้ว อยากพา 3 แบรนด์นี้โกอินเตอร์จนอยู่ตัว เพื่อให้มั่นใจได้ว่า อนาคตจะสามารถพาแบรนด์อื่นๆ ไปต่างประเทศได้เช่นกัน สำคัญที่สุดคือต้องเป็นแบรนด์สัญชาติไทยเท่านั้น
.
“พลอย” ออกตัวว่า ไม่มีแผนนำแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาตีตลาดไทย มองว่า คนไทยเก่งและทำได้ดีอยู่แล้ว อยากสนับสนุนแบรนด์toไทยด้วยกันให้ไปยืนบนเวทีโลก ปลายทางถ้าพาทุกแบรนด์บุกสำเร็จ จะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าประเทศจำนวนมาก ทำให้ต่างชาติรู้ว่า ประเทศไทยคือใคร อยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก ถ้าทำสำเร็จมุมมองที่ต่างชาติมีต่อประเทศไทยจะเปลี่ยนทันที 
.
“ปีหน้ายังไม่มีแบรนด์ใหม่ จะมี 3 แบรนด์รวมเป็น JC Group และถ้ามีแบรนด์ใหม่จะทำโฮลดิ้งเป็นกรุ๊ปแยก คิดว่า แบรนด์ใหม่จะเป็นธุรกิจร้านอาหาร ทุกคนพอจะรู้จักอยู่แล้ว ของไทยๆ นี่แหละที่อยากจะเอาไปบุกเวทีโลกมากขึ้น แต่ก็มีคนบอกว่า เกลียดใครให้ไปทำร้านอาหาร รอดูอยู่เหมือนกันว่า จะเป็นอย่างนั้นมั้ย แต่เรามีระบบที่ดี ถ้ามีระบบที่ดีและสูตรที่ดี ปิดดีลได้ก็น่าจะได้เห็นภายในปีหน้าแน่นอน”
.
ChatTalks…คุยธุรกิจ คิดให้เป็น
www.facebook.com/chatchaitalk
Tel.092-387-1241 , 
Line ID : ChatTalks
Email : kittisak1241@yahoo.com

ความคิดเห็น

บทความที่มีคนอ่านมากที่สุด

ความปัง! ‘น้องเนย’ แบรนด์ไทย-โลก ดึงคอลแลบส์ โกยฐานแฟนคลับ

‘เจ้าสัวฟู้ดส์ แตกซับแบรนด์ รุกมีทสแน็ค ชิงตลาดขนมขบเคี้ยว 4 หมื่นล้านบาท

เมิ่อ DUNKIN’ DONUT จะวางคอนเซ็ปร้านใหม่ เป็นร้านกาแฟและชา

"ธุรกิจขายตรง" มันไม่มีโฆษณา จริงหรือ

ต่อไปนี้ ระบบการทำธุรกิจ จะโดน Distrub