‘maison KEEPS’ เริ่มจากเงิน 1,000 บาท สู่ยอดขาย ‘300 ล้าน’ โตแรงจนเจ้านายเก่าขอร่วมหุ้น!

ท่ามกลางแบรนด์เสื้อผ้าเกิดใหม่มากมายในตลาดออนไลน์ แข่งขันกันด้วยดีไซน์และราคาที่ดีที่สุด แต่สำหรับ “maison KEEPS” (อ่านว่า เมซง คีพส์) ไม่ได้เริ่มต้นจากสมการที่ว่ามา “จูน-ณัชชา รชตวรภรณ์” อดีตพนักงานบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี วัย 32 ปี ตัดสินใจทำแบรนด์เสื้อผ้าเพราะหาเสื้อผ้าดีไซน์ที่ถูกใจไม่ได้
.
ย้อนกลับไปตอนนั้น “จูน” มีอายุเพียง 23 ปี กำลังจะเรียนจบชั้นปีที่ 4 เธอขอคำปรึกษาจากแม่ว่าจะหาซื้อชุดใส่ไปทำงานที่ไหน สิ่งที่แม่ตอบกลับมาคือชื่อร้านสูทเจ้าดังในตลาด ไม่ได้แปลว่าดีไซน์ของร้านดังกล่าวขาดตกบกพร่อง หากแต่ไม่ถูกใจ ไม่เข้ากับความชอบส่วนตัวมากกว่า
.
ถ้าหาแบบที่ชอบไม่ได้เสียที ก็ลองทำดูเองไปเลยแล้วกัน นั่นคือความคิดแรกสุดที่ทำให้ “จูน” เดินออกไปซื้อผ้าด้วยต้นทุนเพียง 1,000 บาท เดินหาช่างร้านเทเลอร์ตัดกางเกงออกมา 1 ตัว ตั้งใจนำกางเกงไปใส่เอง แต่ขณะเดียวกันก็มองเห็นโอกาสที่จะนำมาต่อยอด-ถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียเปิดพรีออเดอร์สั่งจองล่วงหน้า คิดทำธุรกิจแบบ “เงินต่อเงิน” จนในที่สุดก็มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อกางเกงแบบเดียวกัน ด้วยราคาตัวละ 1,890 บาท
:: สร้างแบรนด์แฟชั่น จากคนไม่เคยเรียนแฟชั่น ดังสุดๆ จากเสื้อยืดแปะโลโก้ “maison” ::
ก่อนจะใช้ชื่อ “maison KEEPS” จูนใช้ชื่อแบรนด์ด้วยคำว่า “KEEPS” เท่านั้น เริ่มจากเดินไปซื้อผ้ามาตัดกางเกง 1 ตัว โพสต์ลงอินสตาแกรมเพื่อเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า ตอนนั้นมีเพียงเพื่อนๆ รอบตัวเข้ามาเป็นลูกค้ากลุ่มแรก มีสินค้ากางเกงแบบเดียวและสีเดียวเท่านั้น จากนั้นก็เริ่มขยายวงไปสู่เพื่อนของเพื่อน บอกต่อปากต่อปาก ถัดจากกางเกงก็มีกระโปรง เสื้อเชิ้ตแขนยาว แล้วค่อยขยับมาที่เสื้อกล้าม
.
หลังจากทำ “ท่อนล่าง” มาได้สักพัก จูนก็เริ่มคิดทำ “ท่อนบน” โดยยึดสไตล์ที่ตัวเองชอบเป็นหลัก เน้นถ่ายแบบกางเกงและกระโปรงคู่กับเสื้อกล้ามหรือเสื้อยืดที่ไม่มีลาย สะสมฐานลูกค้าและชื่อเสียงมาเรื่อยๆ กระทั่ง “จูน” ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แต่ไม่นานก็เกิดโควิด-19 ทุกอย่างชัตดาวน์ การทำงานที่บ้านเข้ามาแทนที่ “จูน” เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าคนไม่ออกไปทำงาน แล้วเราจะขายเสื้อผ้าใส่ไปทำงานให้ใคร
.
ไม่รอช้า “จูน” ตัดสินใจออกแบรนด์ลูกในชื่อ “maison” สินค้าล็อตแรกๆ เป็นเสื้อไหมพรมและเสื้อยืด เน้นดีไซน์ใส่สบายๆ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างก็เกิดขึ้น เมื่อพี่สาวของจูนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์คิดนำโลโก้คำว่า “maison” วางไว้ตรงคอปกเสื้อ ปรากฏว่า สินค้าแบบดังกล่าวขายดีมาก สองพี่น้องต่อยอดนำโลโก้มาสกรีนใหญ่ๆ ตรงกลางเสื้อก็ยิ่งขายดีมากขึ้นไปอีก ซึ่ง “จูน” บอกว่า เสื้อยืดตัวนี้เปรียบเสมือน “บิลบอร์ดเคลื่อนที่” ให้กับแบรนด์เลย
.
“จูนเรียนจบ BBA ด้านการเงิน ไม่ได้เรียนจบแฟชั่น ทำอะไรเกี่ยวกับแฟชั่นไม่เป็น ทุกวันนี้ยังวาดรูปไม่เป็นเลย พี่สาวเรียนจบการตลาด ไอเดียด้านการดีไซน์มาจากการที่เราชอบแต่งตัวอยู่แล้ว เราอาจจะวาดรูปไม่เป็นแต่คอมเมนต์เก่ง เสื้อผ้าแบรนด์เราไม่ได้มีดีไซน์ซับซ้อน เราเป็นคนใช้งานจริง ทำจากสิ่งที่เราใช้จริงๆ บวกกับจูนเป็นคนค่อนข้างเข้มงวดมาก เราเลยเอาสิ่งนั้นมาออกแบบ”
.
หลังจากเสื้อยืด “maison” กระแสตอบรับดีเกินคาด “จูน” ตัดสินใจยุบแบรนด์ KEEPS แล้วปรับเป็น “maison KEEPS” เสื้อยืดสกรีนโลโก้กลายเป็น Hero Product ขายดีตลอดกาลจนต้องเพิ่มไซซ์สำหรับผู้ชาย เพิ่มสีให้หลากหลายมากขึ้น เสื้อยืดของ “maison KEEPS” ไม่ได้แตกต่างเพียงโลโก้ แต่ยังมาพร้อมเนื้อผ้าทอพิเศษที่ใส่สบายกว่าเสื้อยืดตามท้องตลาด
.
“จูน” บอกว่า เธอกับพี่สาวเป็นคนช่างเลือกทั้งคู่ โจทย์ตอนนั้นอยากได้เสื้อยืดที่ใส่ได้ทุกวัน แล้วต้องใส่สบายสุดๆ หาเนื้อผ้ากันอยู่นานจนมาเจอผ้าที่นุ่มตั้งแต่สัมผัส พอได้ลองใส่แล้วก็นุ่มมากขึ้นไปอีก รายละเอียดกุ๊นคอก็มีความต่าง มีเรื่องความหนา-บางเข้ามาเกี่ยวข้อง การติดแท็กโลโก้ที่ชายเสื้อก็เป็นเอกลักษณ์ที่คิดขึ้นมาเองทั้งหมด เฉพาะเสื้อคอลเลกชันนี้ “จูน” บอกว่า ขายไปแล้วหลายแสนตัว
:: โตเกือบสองเท่าทุกปี ไม่ตามเทรนด์ เน้นใส่ได้ตลอด จะอีกกี่ปีก็ยังไม่เชย ::
แม้จะเพิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้นได้ 2-3 ปี แต่ “จูน” มองว่า ไม่มีอะไรได้มาในเวลาอันสั้น ทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจในการทำแบรนดิ้งตั้งแต่วันแรก ความสำเร็จที่เห็นอย่างวันนี้เป็นดอกผลที่มาจากการหว่านเมล็ดพันธุ์สม่ำเสมอ แบรนด์ไม่เคยหยุดพัฒนา ทำสินค้าให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และต้องทำความเข้าใจลูกค้า รู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมั่นคงในจุดยืนของตัวเอง หัวใจสำคัญของ “maison KEEPS” คือออกแบบทุกโปรดักต์ให้ “Timeless” มากที่สุด จะอีกกี่ปีก็ไม่เชย หยิบมาใส่ได้ทุกโอกาส
.
“สินค้าขายดีที่สุดของแบรนด์ยังเป็นเสื้อยืดทั้งในแง่ยอดขายและจำนวน แบรนด์เราไม่ตามเทรนด์ขนาดนั้น อาจจะเล่นได้บ้างแต่ต้องไม่เทรนดี้เกินไป อย่างปีที่แล้วกระโปรงทรงบอลลูนฮิตมาก เราก็ทำเหมือนกันแต่ปรับดีไซน์ให้ใส่ไปอีก 2-3 ปีก็ไม่เชย เราทำงานล่วงหน้าไปได้หลายเดือนมากๆ โดยที่ไม่ต้องไปตามคนอื่นขนาดนั้น อาจจะมีเล็กๆ น้อยๆ บ้าง เช่น สีน้ำตาล Mocha Mousse เป็นสีมาแรงของปีที่แล้ว เราก็มีออกสินค้าสีน้ำตาลบ้าง แต่ถามว่าดีไซน์จะล้ำไปกว่านี้มั้ยก็คงไม่ใช่แบบนั้น”
.
“จูน” บอกว่า “maison KEEPS” โตสองเท่าเกือบทุกปี แต่ปีที่แล้วน่าจะเป็นปีที่หนักที่สุดในแง่การทำงาน แม้จะโตด้วยอัตราเท่าๆ กับปีก่อนหน้า แต่ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปีที่แล้วที่ทำรายได้ไปเกือบๆ 300 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่ทำผลงานไว้ 129 ล้านบาท ทำให้สเกลการทำงานขยายตัวเร็วมาก ยอมรับว่าทีมโตไม่ทัน ปัจจุบันหลังบ้านมีคนทำงานราวๆ 25 คนเท่านั้น
.
จากเสื้อยืดมาถึงคาร์ดิแกนและเชิ้ตอีกหลายแบบ ที่เราเห็นว่าออกมากี่คอลเลกชันก็ขายดีติดตลาดมากมาย แต่ “จูน” บอกว่า ไม่ได้ขายดีทุกตัว เพราะวิธีคิดของแบรนด์ คือถ้าได้ออกสินค้าเยอะขึ้น โอกาสในการลองผิดลองถูกก็จะมากขึ้นเท่านั้น ทีมจะนำบทเรียนที่ได้จากสินค้าแต่ละแบบมาดูว่า ทำไมถึงขายดี คุยกับลูกค้าทุกครั้งที่มีโอกาสออกบูธว่าชอบตัวนี้เพราะอะไร พยายามออกโปรดักต์ให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม หวานๆ ก็ใส่ได้ แต่งตัวเท่ก็ใส่ได้ ทุกอย่างผ่านการวิเคราะห์มาหมดแล้ว
.
:: วางเป้าใหญ่ “500 ล้าน” เปิดแฟลกชิปสโตร์กลางกรุง เพิ่มสัดส่วนหน้าร้านมากขึ้น ::
แต่ละปี “maison KEEPS” ออกสินค้าใหม่ๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ใหม่ ลายใหม่ หรือแบบใหม่ที่อยากลองตลาด แต่ทั้งหมดที่เห็นจะไม่ใช่สินค้ากระแสหรือแฟชั่นจ๋าๆ ยังคงคอนเซปต์เรียบง่ายใส่ได้ทุกวัน เชื่อว่า ลูกค้าไม่ได้มองหาสินค้ากระแสจากแบรนด์อยู่แล้ว อย่าง “กระเป๋า” ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นานเกิดจากความตั้งใจในการออกสินค้าให้ครบทุกชิ้น มีเสื้อ กางเกง เข็มขัด กระโปรง ขาดแค่กระเป๋าก็จะช่วยคอมพลีทลุคได้
.
ส่วนเป้าหมายด้านรายได้ปีนี้ “maison KEEPS” อยากไปให้ถึง 400-500 ล้านบาท พร้อมกับการขยายช่องทางออฟไลน์มากขึ้น หลังจากแบรนด์แข็งแรงฝั่งออนไลน์โดยมียอดสั่งซื้อมากกว่า 90% ปีนี้จะเริ่มเข้าห้าง เปิด Pop-up Store รวมถึงทำแฟลกชิปสโตร์ที่สยามเซ็นเตอร์ด้วย จะได้เห็นกันภายในเดือนสิงหาคมปีนี้
.
ด้านการขยายกลุ่มลูกค้า “จูน” บอกว่า ตอนนี้ขอโฟกัสในประเทศก่อน แม้ว่าจะเริ่มเห็นโอกาสจากบ้านใกล้เรือนเคียงที่ให้ความสนใจสินค้าแบรนด์ “maison KEEPS” ถึงขั้นมีแม่ค้ารับหิ้วจริงจัง ในอนาคตอาจได้เห็นเป็นสเตปถัดไป แต่ตอนนี้ขอดูฟีดแบ็กจากการเปิดแฟลกชิปสโตร์ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของ “maison KEEPS” ในปีนี้

ความคิดเห็น

บทความที่มีคนอ่านมากที่สุด

คนไทยเจอปัญหา “ยากจนข้ามรุ่น” คนไทยหกแสนครอบครัว ขาดโอกาสเป็นคนรวย

นกน้อย - พรพิชิต พัฒนถาบุตร ลมใต้ปีกของ ‘ซุปตาร์’ เบิร์ด ธงไชย ผจก.ส่วนตัวตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน

ลาบูบู้ สวมชุดไทย ไหว้สวย รับตำแหน่ง “Amazing Thailand Experience Explorer” ก่อนร่วมกิจกรรม 'ลาบูบู้เที่ยวไทย'.

ลุคใหม่ ‘นกแอร์’ ในรอบ 20 ปี! ขอสลัดภาพโลว์คอสต์ สู่ ‘พรีเมียม แอร์ไลน์ส’

วัตสัน...ทำโปรโมชั่นทั้งที ต้องให้โลกจำ