แลนด์แอนด์เฮ้าส์ผลัดใบ ตั้ง 'อาชวิณ อัศวโภคิน' CEO รับไม้ต่อฝ่าตลาดบ้านขาลง
53 ปีหลังวางรากฐานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” กำลังเข้าสู่บทใหม่ เมื่อ “อาชวิณ อัศวโภคิน” ทายาทรุ่น 3 ขึ้นนั่งเก้าอี้ CEO มีผล 1 มกราคม 2570 ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ทั้งยอดขายที่ชะลอตัว กำไรที่หดตัว และภารกิจปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจที่ต้องเดินต่อจากรุ่นพ่อ
.
:: จาก “อนันต์” สู่ “อาชวิณ” ลูกชายคนโต ::
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการบริษัท บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH มีมติแต่งตั้ง “อาชวิณ อัศวโภคิน” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่คู่กับตลาดไทยมานานกว่า 5 ทศวรรษ เพราะคนที่จะขึ้นมารับไม้ต่อ ไม่ใช่ผู้บริหารจากภายนอกแต่คือ บุตรชายคนโตของ “อนันต์ อัศวโภคิน” และทายาทรุ่นที่ 3 ของอาณาจักรแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
.
จากวันนี้ไป ภารกิจของอาชวิณจึงไม่ใช่เพียงการบริหารบริษัทให้เดินต่อแต่คือการพา LH ผ่านช่วงเวลาที่ “ตลาดบ้าน” กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
.
ทายาทรุ่น 3 ที่ไม่ได้โตมากับอสังหาฯ เพียงอย่างเดียว
ถ้ามองจากประวัติของอาชวิณ จะพบว่าเส้นทางของเขาไม่ได้ถูกวางไว้บนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว อาชวิณจบการศึกษาจาก University of Pennsylvania สหรัฐอเมริกา ทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิทยาการระบบและวิศวกรรมระบบ และเศรษฐศาสตร์ สาขาการเงิน ก่อนเข้าสู่ธุรกิจของครอบครัว เขาสั่งสมประสบการณ์ด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารกองทุนมานานกว่า 20 ปี
.
เส้นทางอาชีพเริ่มต้นที่ Goldman Sachs ในนิวยอร์กเมื่อปี 2542 ก่อนกลับมาทำงานในประเทศไทย ผ่านทั้งธุรกิจธนาคาร งานเทรดดิ้ง ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และตราสารหนี้ต่างประเทศจุดที่น่าสนใจคือ แม้วันนี้จะถูกเรียกว่า “ทายาทอสังหาริมทรัพย์” แต่ประสบการณ์หลักของอาชวิณกลับอยู่ในโลกของ เงินทุน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง และนี่อาจเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญสำหรับโจทย์ของ LH ในวันนี้
.
อาชวิณไม่ได้เพิ่งเข้ามารู้จักธุรกิจของกลุ่ม LH ในวันที่ได้รับตำแหน่ง CEO เขาเป็นกรรมการของ HomePro มาตั้งแต่ปี 2557 เป็นกรรมการของ Quality Houses ตั้งแต่ปี 2560 และเป็นกรรมการของ LH ตั้งแต่ปี 2561
.
จากนั้นจึงขยับเข้าสู่ฝ่ายบริหารเต็มตัวในปี 2566 ในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน หรือ CFO ต้นปี 2569 เขาขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO ซึ่งจะมีผลในต้นปี 2570
.
เส้นทางนี้จึงไม่ใช่การ “ส่งไม้ต่อแบบฉับพลัน”แต่เป็นการค่อย ๆ ส่งผ่านอำนาจบริหารจากรุ่นสู่รุ่นและที่สำคัญคือ อาชวิณมีโอกาสเห็นทั้งด้านการเงินและด้านปฏิบัติการของบริษัทก่อนขึ้นมารับตำแหน่งสูงสุด
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness #กรุงเทพธุรกิจRealEstate
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้