‘DOS! Matcha’ ของ UNO จะขายแค่ 22 วันเท่านั้นตลาดมัทฉะน่ากลัว-รอดูทิศทางลม มีโทนถั่ว-สาหร่าย-ขนมปัง ให้เลือกกิน
เปิดร้านแค่ 22 วันเท่านั้น! คุยกับเจ้าของ “DOS! Matcha” มัทฉะร้านใหม่ จาก “UNO Coffee” กาแฟสเปเชียลตี้เจ้าดัง ขอชิมลางตลาดมัทฉะ-เปิดร้าน Pop-up ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ยังไม่คาดหวังยอดขาย อยากได้ฟีดแบ็กจากลูกค้า ไม่คอนเฟิร์มจะมีสาขาจริงหรือไม่ ย้ำจุดยืน “Great Matcha for All” ราคาเริ่มต้น 60 บาทก็กินได้
.
หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์กาแฟสเปเชียลตี้เมล็ดเกอิชา ราคาเริ่มต้นแก้วละ 70 บาท เปิดมา 1 ปีกว่าๆ พร้อมกับจำนวนสาขากว่า 23 แห่ง ล่าสุดก็คงจะเหมาะสมแก่เวลา เพราะ “UNO Coffee” ขอแตกแบรนด์ลูกคนใหม่ในชื่อ “DOS! Matcha” ร้านมัทฉะสเปเชียลตี้ที่ลั่นวาจาว่า จะเปิดทำการเพียง 22 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-28 สิงหาคมนี้เท่านั้น กลยุทธ์การตลาดของ “DOS! Matcha” คืออะไร ทำไมถึงตั้งเป้าขายด้วยช่วงเวลาอันสั้นขนาดนี้ ?
.
“กรุงเทพธุรกิจ” มีโอกาสคุยกับ “พร-อาภาพร ตั้งกฤษณขจร” หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “DOS! Matcha” ระบุว่า ร้านมัทฉะแห่งนี้เป็นเหมือนกับ Pilot Project ที่มาในรูปแบบร้าน Pop-up ต่อยอดจากฟีดแบ็กเมนูมัทฉะในร้าน UNO Coffee ที่ออกมาเป็นเมนู Seasonal แล้วได้รับการตอบรับที่ดี ทว่า UNO Coffee ก็ยังต้องยืนพื้นเป็นร้านกาแฟ จะออกเมนูมัทฉะบ่อยๆ ก็คงไม่ไหว ปรึกษากันในทีมว่า ถ้าอยากบุกตลาดมัทฉะอาจจะต้องใช้วิธีแตกไลน์เปิดแบรนด์ใหม่ เพื่อทดลองตลาดดูว่า มัทฉะภายใต้คาแรกเตอร์ของเครือ UNO Coffee จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน
.
“พร” บอกว่า จุดยืนของ “DOS! Matcha” ไม่แตกต่างจากร้านกาแฟ ต้องการให้เป็นเครื่องดื่มที่กินได้ทุกวัน จับต้องได้ ราคาเริ่มต้นจึงอยู่ที่ 60 บาท สำหรับเมนูเพียวมัทฉะ หลังจากนั้นจึงขยายไปยังคอนเซปต์ในการเลือกใบชา “พร” ค้นพบว่า คนกินมัทฉะแตกต่างจากคอกาแฟ คนไทยให้น้ำหนักกับ “Taste Note” มากกว่าที่มาที่ไปของวัตถุดิบ อยากรู้ว่า มัทฉะแบบไหนให้โทนอย่างไร ถั่วมั้ย สาหร่ายมั้ย หรือเป็นโทนขนมปังมากกว่า
.
ฉะนั้น “DOS! Coffee” จึงไม่ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของใบชามากนัก แต่ใช้วิธีสื่อสารกับลูกค้าตรงๆ ผ่านชื่อเมนูแต่ละตัว อาทิ “Nutcracker” โทนถั่วตะโกน หรือ “NUARRR” นัวร์มัทฉะคัดพิเศษ เป็นต้น ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดแก้วละ 60 บาท เป็นเมนูเพียวมัทฉะจากมัทฉะจีนที่มีชื่อว่า “กังฟู” ส่วนราคาแพงที่สุดในร้านอยู่ที่ 180 บาท เป็นเมนูลาเต้จากใบชาคัดพิเศษ
.
หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “DOS! Matcha” มองว่า ขณะนี้ตลาดมัทฉะในไทยกำลังเติบโต มีผู้เล่นหลายราย แต่ก็เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะต้องหาพื้นที่ให้ตัวเองด้วยเช่นกัน เบื้องต้นยังไม่ได้ตั้งเป้าว่า แต่ละวันต้องมียอดขายเฉลี่ยทั้งหมดกี่แก้ว อาจจะคาดหวังใกล้เคียงกับ UNO Coffee (ราว 600-800 แก้วต่อวัน) แม้ร้านมัทฉะในไทยจะแข่งขันดุเดือด แต่ “พร” เชื่อว่า สินค้าที่ร้านมีความแตกต่างจากตลาด ประกอบมีแบรนดิ้งจาก UNO Coffee มาช่วยส่งเสริม พอประกาศออกไปว่า จะทำร้านมัทฉะ จึงมีลูกค้าให้ความสนใจ-เป็นที่รู้จักเร็วขึ้น ประกอบกับคาแรกเตอร์สนุกสนานจึงได้รับฟีดแบ็กเชิงบวกอย่างรวดเร็ว
.
“ตลาดมัทฉะก็น่ากลัว ต้องหาที่ยืนให้ชัดเจน เลยยังไม่กล้าบอกว่า จะกล้าเล่นจริงๆ น้องๆ ในทีมอยากกินมัทฉะ เลยคุยกันว่า ลองทำร้านมัทฉะดูก็ได้ มัทฉะที่ร้านนี้กับที่ UNO ไม่เหมือนกัน มัทฉะ UNO เน้นกินง่าย เหมือนอูจิมัทฉะ และมีมัทฉะโม่สด กลิ่นจึงค่อนข้างชัด แต่ที่ DOS! Matcha เรามีตัวเลือกเยอะเพราะเป็นแบรนด์มัทฉะ ต้องมีทุก Taste Note อยากกินถั่วเรามี อยากกินสาหร่ายอูมามิเรามี อยากได้แรงๆ หน่อยก็มี ต้องเข้าใจลูกค้าสายมัทฉะที่มีความต้องการอีกแบบ”
.
ทั้งนี้ กว่าจะมาเป็น “DOS! Matcha” ใช้เวลา R&D ราว 4 เดือน บินไปที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามหามัทฉะให้ร้าน UNO Coffee แต่ไปถึงก็พบว่า เจอมัทฉะที่ชอบเยอะมาก “พร” คุยกับสามีว่า ถ้าอยากขายมัทฉะในร้านกาแฟ 4 ตัวก็คงไม่ใช่ เพราะจุดยืนร้านยังเป็นกาแฟสเปเชียลตี้ จนมาเคาะที่ด่านสุดท้ายด้วยการเปิดแบรนด์ใหม่ โดยเริ่มที่ “เซ็นทรัลลาดพร้าว” ซึ่งเป็นสาขาแรกสุดของ UNO Coffee เช่นกัน
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจBusiness
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้