อดีตก็สำคัญ แต่ปัจจุบันสำคัญกว่า สถานการณ์ทีวีดิจิตอลจะเป็นอยย่างไร
12 ปีผ่านไปแล้วสำหรับวงการทีวีดิจิทัลที่สู้กันมาเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มช่องที่อยู่ในลีกใหญ่ระดับท็อปแห่งวงการอย่างช่อง 7 ช่อง 3 และช่องวัน ที่เข้าถึงคนดูมหาชน แข่งกันด้วยผังรายการเนื้อหาที่ให้น้ำหนักบันเทิง อย่างละคร ซีรีส์ วาไรตี้ และข่าว ผลัดกันชิงเรตติ้งชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน
.
ย้อนไปดูผลประกอบการของทั้ง 3 ช่องนี้ ได้พบความจริงที่แท้จริงที่ว่า ไม่มีอะไรจีรัง โดยเฉพาะพี่ใหญ่ของวงการอย่างช่อง 7 และช่อง 3 ที่เคยมีรายได้ทะลุหมื่นล้านยุคทีวีอะนาล็อก จนมาถึงช่วงปีแรกของยุคทีวีดิจิทัล 24 ช่องก็ยังแกร่งอยู่
.
เปรียบเทียบให้เห็นอย่างปี 2557 ช่อง 3 มีรายได้ 1.6 หมื่นล้านบาท กำไรกว่า 4 พันล้านบาท ช่อง 7 มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท กำไรกว่า 5 พันล้านบาท ส่วนช่องวัน เครือแกรมมี่ที่เติบโตจากค่ายผลิตรายการป้อนช่องใหญ่มาก่อน ปีแรกมีรายได้ 119 ล้านบาท ขาดทุนไปถึง 480 ล้านบาท
.
ระหว่างทาง 12 ปีที่ผ่านมา ต่างพยายามลดต้นทุนด้านต่างๆ รวมทั้งการลดคน เพราะบางช่วงขาดทุนหนัก จนค่อยๆ ฟื้นตัว
.
มาถึงปี 2568 งบการเงินที่ช่องวัน และช่อง 3 แจ้งตลาดหลักทรัพย์ และช่อง 7 รายงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เหมือนหนังคนละม้วน
ที่ช่อง 3 และช่อง 7 มีรายได้น้อยกว่าน้องเล็กอย่างช่องวัน เพราะช่องวันไม่พึ่งพิงรายได้ขายแอร์ไทม์จากโฆษณาเป็นหลัก แต่ต่อยอดธุรกิจสร้างรายได้ใหม่จากการบริหารศิลปิน และอีเวนต์แฟนมีท คอนเสิร์ต ทั้งในและต่างประเทศ
.
สำหรับช่อง 7 นั้น ปีล่าสุดมีรายได้น้อยที่สุดในบรรดา 3 ช่องนี้ แต่กำไรดีกว่ามาก และที่สำคัญตลอดเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ช่อง 7 ยังไม่เคยมีตัวเลขขาดทุนแม้แต่ปีเดียว
.
จากนี้จนกว่าจะถึงปี 2572 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล มาลุ้น และส่งกำลังใจให้กันและกัน
.
#ช่อง7 #ช่อง3 #ช่องวัน #ธุรกิจทีวี #รายได้ธุรกิจทีวี #tvdigitalwatch #tvdigitalwatchthailand
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้