‘พีช-พชร’ เปิดแบรนด์ใหม่ ขายข้าวเกรียบกุ้ง ‘MAW’ ราคา 69-145 บาท วางเป้า 1 ปี ต้องมีรายได้ 71 ล้าน
ไม่หยุดแค่ Potato Corner! “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” เปิดธุรกิจใหม่ ขาย “MAW” ข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม ราคาเริ่มต้น 69-145 บาท วางเป้าปีแรกต้องมีรายได้สูงสุด “71 ล้านบาท” อนาคตมีแผนออกรสชาติใหม่-บุกตลาดต่างประเทศ
.
ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง จากรายงาน “Savoury Snacks in Thailand” โดย “Euromonitor” ระบุว่า มูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวมีแนวโน้มเพิ่มจาก 55,322 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 67,977 ล้านบาทในปี 2573 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังใช้จ่ายกับสินค้ากลุ่มพรีเมียมต่อเนื่อง รวมถึงใช้จ่ายไปกับการกินด้วย
.
ด้วยแนวโน้มที่เกิดขึ้น “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” นักธุรกิจที่คร่ำหวอดในตลาดอาหารและเครื่องดื่มมาพักใหญ่ จึงตัดสินใจก่อตั้งแบรนด์ใหม่-ปักธงบนสนามขนมขบเคี้ยวในชื่อ “MAW” (มาว) “พีช” มองว่า ตลาดนี้ยังมีช่องว่างระหว่างขนมแมสและขนมนำเข้าระดับพรีเมียม ด้วยการสร้างแบรนด์ขนมที่ตั้งใจยกระดับโมเมนต์ธรรมดาให้พิเศษขึ้น ภายใต้แนวคิด Elevate The Ordinary
พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ระบุว่า ที่ผ่านมาตลาดขนมพรีเมียมในไทยถูกขับเคลื่อนโดยแบรนด์นำเข้าที่มีต้นทุนสูงจากเงื่อนไขเรื่องภาษีและการขนส่งจนราคาไม่เอื้อต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ขณะที่ขนมในกลุ่มแมสแม้เข้าถึงง่ายแต่ยังขาดทั้งรสชาติที่แปลกใหม่และความพรีเมียมสไตล์ต่างประเทศ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างแท้จริง
.
แบรนด์ “MAW” จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมช่องว่างตรงกลางระหว่างสองส่วน ด้วยขนมที่ให้ประสบการณ์แบบพรีเมียมแต่ยังเข้าถึงได้จริงในราคาที่จับต้องได้ และสามารถกินได้บ่อยในชีวิตประจำวัน
.
สำหรับชื่อ “MAW” พีชบอกว่า ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า “Mouth” และ “Jaw” สื่อถึงภาพปากของคนกินที่ช่างเลือก มีสไตล์ “MAW” เปิดตัวโปรดักต์แรกด้วย “ข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม” (Premium Prawn Cracker) นำเสนอวัตถุดิบเกรดสูงลดกลิ่นคาวกุ้งแบบเดิมๆ ออกแบบรูปทรงให้ดูทันสมัย ไปจนถึงการคิดค้นรสชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากรสชาติแบบ “Global Taste” และนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของคนไทยมากยิ่งขึ้น
.
3 รสชาติหลักๆ ตอนนี้ ได้แก่ “Spicy Mentaiko Mayo” ได้แรงบันดาลใจจากอาหารทานเล่นยอดนิยมของญี่ปุ่น มีรสเค็มแบบเมนไทโกะผสมกับความหวานของมายองเนส “Cheddar Jalapeño” รสชาติฟิวชันสไตล์อเมริกัน-เม็กซิกัน มีความมันของเชดดาร์ชีสอเมริกัน ตัดด้วยรสเผ็ดเปรี้ยวของพริกฮาลาปินโญ่ และ “Salted Rosemary Butter” รสชาติเนยเค็มเข้มข้น วางจำหน่าย 2 ขนาด ขนาด 50 กรัม ในราคา 69 บาท และขนาด 120 กรัม ในราคา 145 บาท
“MAW โฟกัสฐานลูกค้าชัดเพื่อเลี่ยงเกมราคา กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ Urban Tastemaker อายุ 25–35 ปี คนเมืองที่มีรสนิยม เปิดรับเทรนด์ใหม่ มองขนมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่ของกินเล่น ด้วยเหตุนี้แบรนด์จึงเลือกเริ่มต้นจาก Niche Market แทนการลงสนามแมสตั้งแต่แรก เปิดตัวผ่าน Exclusive Partnership กับ “ท็อปส์” 724 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งมีฐานลูกค้าที่สอดคล้องกับจุดยืนของแบรนด์”
.
ทั้งนี้ “MAW” ตั้งเป้ายอดขายปีแรกที่ 55-71 ล้านบาท หรือประมาณ 0.1–0.13% ของมูลค่าตลาดนิช ให้ความสำคัญกับช่องทางออฟไลน์เป็นหลักราว 70% พร้อมวางแผนขยายสู่ช่องทางออนไลน์ในลำดับถัดไป ส่วนอีก 3-5 ปีข้างหน้ายังวางแผนต่อยอดสินค้าใหม่ๆ รวมถึงขยายสู่ตลาดต่างประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะ “ฟิลิปปินส์” ซึ่งเป็นตลาดขนมขนาดใหญ่ และมีพฤติกรรมการบริโภคที่ใกล้เคียงกับคนไทย “ฟิลิปปินส์” จึงถูกวางเป็นหมุดหมายแรกในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นต่อบทความนี้